Thairath
ซีรีส์ทนายปีศาจ Netflix ทุ่ม 130 ล้านปักหมุด 11 จังหวัดถ่ายทำ ดันรายได้ไทยทะลุหมื่นล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ "ทนายปีศาจ" (EVL) จากเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ทุ่มงบกว่า 130 ล้านบาท ปักหลักถ่ายทำ 11 จังหวัดทั่วไทย รับอานิสงส์มาตรการคืนเงิน (Cash Rebate) สูงสุด 28% ชี้เป็นแม่เหล็กสำคัญดึงดูดเม็ดเงินสะพัด กรมการท่องเที่ยวเผยสถิติปี 68 โกยรายได้แล้วกว่า 7,700 ล้านบาท เตรียมเดินหน้าดันเป้าปี 2570 ทะลุ 10,000 ล้านบาท หวังยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางคอนเทนต์ระดับโลกอย่างยั่งยืน
Key facts
- (EVL) จากเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ทุ่มงบกว่า 130 ล้านบาท ปักหลักถ่ายทำ 11 จังหวัดทั่วไทย รับอานิสงส์มาตรการคืนเงิน (Cash Rebate) สูงสุด 28% ชี้เป็นแม่เหล็กสำคัญดึงดูดเม็ดเงินสะพัด กรมการท่องเที่ยวเผยสถิติปี 68 โกยรายได้แล้วกว่า 7,700 ล้านบาท
- นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเป้าหมายปี 2569 กรมการท่องเที่ยวคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากกองถ่ายภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศได้ประมาณ 8,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายผลักดันรายได้จากอุตสาหกรรมดังกล่าวให้ทะลุ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2570
- (EVL) ที่ฉายบนเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) โดยมี Netflix Worldwide Entertainment LLC สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และบริษัท เอ็นเตอร์อีดี ฟิล์ม จำกัด เป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำในประเทศไทย ใช้งบประมาณการผลิตรวมกว่า 130 ล้านบาท
- มาตรการ Cash Rebate ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ระดับโลกให้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการจ้างงาน การใช้สินค้าและบริการในประเทศ ตลอดจนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ
Summary
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนของกองถ่ายภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนทั้งด้านสถานที่ถ่ายทำที่มีความหลากหลาย บุคลากรที่มีคุณภาพ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ผลิตคอนเทนต์ระดับโลก
สำหรับซีรีส์เรื่อง “ทนายปีศาจ”
นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเป้าหมายปี 2569 กรมการท่องเที่ยวคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากกองถ่ายภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศได้ประมาณ 8,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายผลักดันรายได้จากอุตสาหกรรมดังกล่าวให้ทะลุ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2570 เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์และคอนเทนต์ระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน และเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่มีรายได้ 7,717 ล้านบาท มีกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยจำนวน 546 เรื่อง