Thairath
สตาร์บัคส์เกาหลี จ่อจัดอบรมประวัติศาสตร์ หลังดราม่าการตลาดโยงเหตุสังหารหมู่ควังจู
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กลุ่มชินเซเกและสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ เตรียมจัดอบรมความตระหนักรู้ทางประวัติศาสตร์และประเด็นทางสังคมให้แก่พนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ประธานกลุ่มบริษัทไปจนถึงบาริสต้าหน้าร้าน พร้อมประกาศปิดสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศเร็วกว่ากำหนดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อให้พนักงานเข้ารับการอบรม หลังเกิดกรณีอื้อฉาวจากการแคมเปญการตลาด "Tank Day" ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้อเลียนและดูหมิ่นเหตุสังหารหมู่เมืองควังจู
Key facts
- ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์เผด็จการทหารปราบปราบขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยที่เมืองควังจู สตาร์บัคส์ เกาหลี ได้ปล่อยแคมเปญโปรโมทแก้วที่ใช้ชื่อว่า "Tank Day"
- กลุ่มชินเซเกและสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ เตรียมจัดอบรมความตระหนักรู้ทางประวัติศาสตร์และประเด็นทางสังคมให้แก่พนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ประธานกลุ่มบริษัทไปจนถึงบาริสต้าหน้าร้าน
- จนเสียชีวิตในปี 1987 โดยตำรวจอ้างว่า แค่มือตบโต๊ะดัง 'ตัก' เด็กก็หัวใจวายตายไปเอง
- การอบรมด้านประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์โอ เจยอน จากภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยซองกยุนกวาน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เกาหลีร่วมสมัย มาเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา
Summary
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่สาธารณชนอย่างรุนแรง จนทำให้ นายจอง ยงจิน ประธานกลุ่มชินเซเก ต้องแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยยอมรับว่าเป็น "ความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้ และเป็นการลบลู่ความเจ็บปวดและการเสียสละของผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" พร้อมให้คำมั่นว่าจะรื้อระบบการตรวจสอบเนื้อหาทั้งหมด
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์เผด็จการทหารปราบปราบขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยที่เมืองควังจู สตาร์บัคส์ เกาหลี ได้ปล่อยแคมเปญโปรโมทแก้วที่ใช้ชื่อว่า "Tank Day"
ขณะเดียวกัน สตาร์บัคส์ยังมีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือสังคม เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ยุคใหม่ และสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติต่อไป โดยกลุ่มชินเซเกทิ้งท้ายว่า จะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและเติบโตไปพร้อมกับชาวเกาหลีใต้อย่างแท้จริง.