The Standard
อย่าลืม 15 มิ.ย.นี้เริ่มวันแรก ประชาชนใช้สิทธิ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 4 แพลตฟอร์มหลัก ร้านค้าสมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
เตือนประชาชนเริ่มใช้สิทธิ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ผ่านบริการ ฟู้ดเดลิเวอรี บน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ด้านร้านค้าอย่าลืม กดสมัครเข้าสู่ระบบ Food Delivery ผ่านแอปฯ ถุงเงิน ได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนเป็นต้นไป โดยใช้เวลาอนุมัติราว 5 วัน
Key facts
- เตือนประชาชนเริ่มใช้สิทธิ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ผ่านบริการ ฟู้ดเดลิเวอรี บน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ด้านร้านค้าอย่าลืม กดสมัครเข้าสู่ระบบ Food
- วันนี้ (13 มิถุนายน 2569) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จะเป็นวันแรกที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิผ่านบริการ ฟู้ดเดลิเวอรี บน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN,
- ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. มีผู้ได้รับสิทธิแล้ว 26,040,623 คน และมีร้านค้าลงทะเบียนพร้อมใช้งานแล้วกว่า 1,041,907 ร้านค้า ขณะที่ยอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่เปิดโครงการอยู่ที่ 27,125.23 ล้านบาท
Summary
พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีร้านอาหารที่ลงทะเบียนเข้าร่วมบริการฟู้ดเดลิเวอรีและเชื่อมระบบสำเร็จแล้ว 88,198 ร้านค้า สะท้อนถึงความพร้อมของผู้ประกอบการทั่วประเทศในการเข้าร่วมมาตรการของรัฐบาล เพื่อขยายช่องทางการขาย เพิ่มรายได้ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้มากยิ่งขึ้น
วันนี้ (13 มิถุนายน 2569) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จะเป็นวันแรกที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิผ่านบริการ ฟู้ดเดลิเวอรี บน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood หลังจากเปิดให้ร้านอาหารทั่วประเทศลงทะเบียนเชื่อมระบบผ่านแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา
“รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการเปิดใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน ขยายโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อย และทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากได้รวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กันไป” ลลิดา กล่าว