← Back to KHAO

รัฐบาลเผย 5 เดือนแรกของปี ปิด 368 บัญชีหลอกลงทุน เรียกคืนเงินผู้เสียหายกว่า 1.1 พันล้าน

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการ การบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ และการตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานผลการดำเนินงานช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการปั่นหุ้น การทุจริต การให้ข้อมูลเท็จ และการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการ การบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ และการตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานผลการดำเนินงานช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการปั่นหุ้น การทุจริต การให้ข้อมูลเท็จ และการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต

”การปราบปรามภัยหลอกลงทุนออนไลน์ สามารถปิดกั้นบัญชีและช่องทางการกระทำผิดแล้ว 368 บัญชี โดยดำเนินการอย่างรวดเร็วภายใน 7-48 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง ช่วยลดความเสียหายของประชาชนได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ รัฐบาลยังเข้มงวดการสกัดเส้นทางฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีการระงับบัญชีม้าสะสมแล้ว 58,006 บัญชี เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 บัญชีจากปลายปี 2568 สะท้อนความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก“น.ส.รัชดา กล่าว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จของมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล ที่สามารถลดความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการดำเนินคดี การคืนเงินผู้เสียหาย การปิดกั้นบัญชีหลอกลงทุน และการกวาดล้างบัญชีม้าคริปโต ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. ….

Read full article at Matichon →