Kaohoon
“รัฐบาล-ก.ล.ต.” โชว์ผลงานยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน สกัดบัญชีม้าคริปโต 5.8 หมื่นราย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้ายกระดับนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การป้องกันภัยหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ และการตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพอย่างเป็นรูปธรรม
Key facts
- ขณะเดียวกัน การบังคับใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยสามารถเรียกคืนผลประโยชน์และค่าปรับได้รวมกว่า 1.1 พันล้านบาท แบ่งออกเป็นค่าปรับทางแพ่งจำนวน 662 ล้านบาท และเงินชดใช้ผลประโยชน์จำนวน 519 ล้านบาท
- สะสมแล้วถึง 58,006 บัญชี ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 บัญชี เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกของหน่วยงานรัฐ
- นอกจากความก้าวหน้าด้านการปราบปรามแล้ว ล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรยังมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. …
- นางสาวรัชดา ระบุเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานทั้งหมดสะท้อนถึงความสำเร็จจากมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล ที่สามารถบรรเทาและลดทอนความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดี การนำเงินคืนสู่ระบบ
Summary
สำหรับการปราบปรามภัยหลอกลวงลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ ก.ล.ต. สามารถปิดกั้นบัญชีและช่องทางการกระทำความผิดได้แล้วถึง 368 บัญชี โดยกระบวนการระงับเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 7–48 ชั่วโมงหลังจากได้รับแจ้ง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดทอนความเสียหายของประชาชนได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ รัฐบาลยังเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นเส้นทางการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล โดยล่าสุดได้ระงับการใช้งาน “บัญชีม้า”
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รายงานผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 พบว่า มีความคืบหน้าในการดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้น การทุจริต การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ และการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งสิ้น 8 คดี โดยมีผู้ถูกกล่าวโทษจำนวน 43 ราย
ขณะเดียวกัน การบังคับใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยสามารถเรียกคืนผลประโยชน์และค่าปรับได้รวมกว่า 1.1 พันล้านบาท แบ่งออกเป็นค่าปรับทางแพ่งจำนวน 662 ล้านบาท และเงินชดใช้ผลประโยชน์จำนวน 519 ล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวได้ถูกนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว