Thansettakij
ลุ้น ปิดมหากาพย์ยางค้างสต็อก 14 ปี ขายหมดหวังเคลียร์หนี้ ธ.ก.ส.-ค่าโกดัง ไม่ใช้งบรัฐ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กยท. โละระบายสต๊อกยางกว่า 1.8 หมื่นตัน ชูโมเดล "ขายทอดตลาด" โปร่งใส หวังปิดจ๊อบหนี้ ธกส.-ค่าเช่าโกดัง 7 ปี ขณะที่เกษตรกร ค้านเหมาเข่ง ชี้เกรด STR 20 ต้องไม่ต่ำกว่า 80 บาท/กก. แนะแยกล็อตขายรายย่อย-สหกรณ์ ทั่วประเทศ
Key facts
- โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง (รัฐบาลยิ่งลักษณ์) โดยกำหนดราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ชี้นำตลาด กิโลกรัม (กก.) ละ 120 บาท ซื้อยางรวม 212,916 ตัน มูลค่า 21,069.9 ล้านบาท เฉลี่ย กก. ละ 98.94 บาท
- โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง หรือบัฟเฟอร์ฟันด์ (รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ) มีเป้าหมายซื้อยางชนิดต่าง ๆ โดยกำหนดราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ซื้อชี้นำตลาด กก. ละ 60 บาท ซื้อยางรวม 148,799 ตัน มูลค่า 8,889.3 ล้านบาท เฉลี่ย กก. ละ 59.74 บาท รวมปริมาณยาง 2 โครงการ 3.7 แสนตัน
- ที่มีเนื้อยางเพียง 50% และปัจจุบันราคาตลาดของขี้ยางก็พุ่งสูงถึง 48 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว ดังนั้น ยางแท่งคุณภาพสูงกว่าควรมีราคาไม่ต่ำกว่า 80 บาทต่อกิโลกรัม เพราะในขณะนี้ยางแผ่นรมควันราคาทะลุเกือบ 100 บาทต่อกิโลกรัมไปแล้วเนื่องจากภาวะยางขาดตลาด
- การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าแผนระบายสต็อกยางพาราครั้งใหญ่ 1.8 หมื่นตัน หวังสะสางหนี้ประวัติศาสตร์กว่า 800 ล้านบาท พร้อมเคลียร์ค่าเช่าโกดังที่ค้างชี้มานานกว่า 7 ปี ชูโมเดลประมูลรายโกดัง เปิดเสรีไร้ล็อกสเปก
- ราคาเริ่มต้นเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 48.33-50.54 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งความแตกต่างของราคาขึ้นอยู่กับสภาพยาง คุณภาพการเก็บรักษา และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของแต่ละพื้นที่
- เร่งปิดจ๊อบหนี้สิน ตามมติ ครม. คาดราคาพุ่งเกิน 60 บาท
Summary
มีข้อกังวลจากสมาคมชาวสวนยางฯ ว่าการตั้งราคาเริ่มต้นต่ำและการประมูลแบบเหมาโกดัง อาจเอื้อประโยชน์ให้ผู้ค้ารายใหญ่และทำให้รัฐเสียผลประโยชน์
เป้าหมายหลักคือการนำรายได้ไปปิดบัญชีหนี้กับ ธ.ก.ส. มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท และจ่ายค่าเช่าโกดังที่ค้างชำระ
นายโกศลระบุว่า ในอดีตกระบวนการระบายยางมักประสบปัญหาและข้อสงสัยเรื่องการล๊อคคุณสมบัติและการใช้วิธียื่นซองเสนอราคาแบบซื้อขายทั่วไปที่เอื้อประโยชน์ให้รายใหญ่ จนนำไปสู่การตรวจสอบโดย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ในครั้งนี้ กยท. ได้เปลี่ยนมาใช้ "การขายทอดตลาด" แทน โดยมีการจ้างบริษัทภายนอก (Outsourcing) มาประเมินราคากลาง และเปิดกว้างให้มีการแข่งขันราคาอย่างเสรีแยกตามคุณภาพคลังสินค้า หากราคาประมูลต่ำเกินไป กยท. มีสิทธิ์ยกเลิกได้ทันทีตามกรอบกฎหมาย