Ban Muang
“วราวุธ” ปลุกพลัง SME ไทย งาน 45 ปี คพอ. ชู 3 นโยบายหลัก “เพิ่มความรู้-สร้างมาตรฐาน-เปิดทางสู่แหล่งทุน” สู้กติกาโลกใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน “45 ปี คพอ. พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต” และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายพัฒนา SME ไทย” โดยมี นายนิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภ
Key facts
- นายวราวุธ กล่าวแสดงความยินดีกับโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดีพร้อม (คพอ.) ที่เดินทางมาอย่างยาวนานถึง 45 ปี และสามารถสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งกว่า 13,700 ราย ซึ่งถือเป็น "หัวใจ"
- สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแท้จริง ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้การค้าโลกเปลี่ยนเกณฑ์ การตัดสินใจจากเดิมที่เน้นเรื่อง "ราคาและคุณภาพ"
- มีการนำมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) เช่น CBAM EUDR และกฎหมาย Climate Change Act มาใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น ดังนั้น ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs
Summary
นายวราวุธ กล่าวแสดงความยินดีกับโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดีพร้อม (คพอ.) ที่เดินทางมาอย่างยาวนานถึง 45 ปี และสามารถสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งกว่า 13,700 ราย ซึ่งถือเป็น "หัวใจ" และ “ฟันเฟือง” สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแท้จริง ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้การค้าโลกเปลี่ยนเกณฑ์ การตัดสินใจจากเดิมที่เน้นเรื่อง "ราคาและคุณภาพ"
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน “45 ปี คพอ. พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต” และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายพัฒนา SME ไทย”
นายวราวุธ กล่าวว่า ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเดินเครื่องเต็มกำลัง โดยมีเป้าหมายคือการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และผลักดันการเชื่อมโยงผู้ประกอบการสู่ BCG Model โดยใช้แต้มต่อจากความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ โดยหากนำแนวทาง ESG มาประยุกต์ใช้คู่กับ BCG Model ตนเชื่อมั่นว่าแนวทางดังกล่าวจะไม่ใช่ภาระหรือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่คือใบเบิกทางสู่ตลาดโลก เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง และเป็นแม่เหล็กที่จะดึงดูดนักลงทุนและลูกค้าที่มีคุณภาพเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน