Alibaba · Krungthep Turakij
ปักกิ่งไม่พอใจอย่างรุนแรง-ขู่ตอบโต้ สหรัฐขึ้นบัญชีดำบริษัทเอี่ยวกองทัพจีน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กระทรวงพาณิชย์ของจีน ออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง พร้อมขู่จะใช้มาตรการตอบโต้อย่างเด็ดขาด หลัง กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ประกาศรายชื่อขึ้นบัญชีดำบริษัทเทคโนโลยีและยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีนหลายแห่ง อาทิ Alibaba, Baidu และ BYD โดยกล่าวหาว่ามีส่วนสนับสนุนกองทัพจีน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังผู้นำทั้งสองประเทศเพิ่งบรรลุข้อตกลงยุติ สงครามการค้า ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจปะทุขึ้นอีกครั้ง
Key facts
- เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้เผยแพร่บัญชีรายชื่อบริษัทที่เชื่อว่าให้การสนับสนุนกองทัพจีน (Chinese Military Companies - CMC list หรือ 1260H) ซึ่งเป็นรายชื่อฉบับใหม่ที่ปรับปรุงแทนที่ฉบับเดิมเมื่อช่วงต้นปี 2025
- รายชื่อสำคัญในรอบนี้ประกอบด้วย บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ Alibaba, ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิน Baidu, ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้นนำอย่าง BYD และ NIO นอกจากนี้ ยังรวมถึงผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ CXMT และ YMTC รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ
Summary
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้เผยแพร่บัญชีรายชื่อบริษัทที่เชื่อว่าให้การสนับสนุนกองทัพจีน (Chinese Military Companies - CMC list หรือ 1260H) ซึ่งเป็นรายชื่อฉบับใหม่ที่ปรับปรุงแทนที่ฉบับเดิมเมื่อช่วงต้นปี 2025 โดยครอบคลุมบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของจีน
รายชื่อสำคัญในรอบนี้ประกอบด้วย บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ Alibaba, ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิน Baidu, ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้นนำอย่าง BYD และ NIO นอกจากนี้ ยังรวมถึงผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ CXMT และ YMTC รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ WuXi AppTec บริษัทหุ่นยนต์ขับเคลื่อนด้วย AI อย่าง RoboSense Technology และ Unitree
แม้การขึ้นบัญชีรายชื่อนี้จะไม่ได้เป็นมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐจะไม่สามารถทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโดยตรงกับบริษัทเหล่านี้ตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. นี้เป็นต้นไป และจะถูกระงับการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านบุคคลที่สามภายในปี 2027 ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายและต้นทุนทางธุรกิจต่อบริษัทจีนและบรรดาพันธมิตร