Krungthep Turakij
อสังหาฯ ครึ่งปีหลัง ท้าทาย ‘ธอส.’ เชื่อดีมานด์ที่อยู่อาศัยยังอยู่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส. ) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเผชิญกับความท้าทาย ซึ่งในภาพรวมปี 2569 เองยังถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี อย่างไรก็ตามธนาคารเชื่อว่าจะยังสามารถบรรลุเป้าหมาย สินเชื่อใหม่ ตามที่วางไว้ได้
Key facts
- ในภาพระยะยาว ธอส. ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อปล่อยใหม่สูงถึง 40% และมีสินเชื่อคงค้างในระบบ 1.91 ล้านล้านบาท หรือราว 30% ของตลาด วางเป้าหมายใน 4-5 ปีข้างหน้าที่จะขยายการดูแลลูกค้าจาก 4.8 ล้านครัวเรือนในปัจจุบัน ซึ่งคิดเป็นราว 10%
- ในภาพรวมอุตสาหกรรมนั้นค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ทั้งระบบในปี 2569 มีแนวโน้มจะทรงตัวหรือหดตัวเล็กน้อยที่ระดับ 0.001%”
- แม้ภาพใหญ่ของตลาดจะดูไม่สดใสนัก แต่ ธอส. มั่นใจว่าธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 246,795 ล้านบาทตลอดปีนี้”
- นายมหัทธนะ ระบุว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยในประเทศไทยยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการที่ธนาคารออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นคือ สินเชื่อบ้านมือสอง ( NPA ) ที่ให้อัตราดอกเบี้ย 0% ยาวนานสูงสุดถึง
- นอกจากนี้ ธอส. เตรียมเดินหน้าขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อให้กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือ Freelance ซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 8-9% ของฐานลูกค้าทั้งหมด โดยธนาคารตั้งเป้าที่จะผลักดันสัดส่วนนี้ให้เพิ่มขึ้นเป็น 10-15%
- ขณะเดียวกัน ธอส. ตั้งเป้าควบคุมอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ( NPL ) ให้อยู่ในระดับ 5% โดยตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่ 4% เล็กน้อย ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากโครงสร้างฐานลูกค้าของธนาคารที่เน้นให้บริการกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง
- นายมหัทธนะ กล่างต่อว่า เพื่อเป็นการตอบรับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ ธอส. ได้จัดสรรกรอบวงเงินสูงถึง 32,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่มสินเชื่อ Green Finance
- นายมหัทธนะ ระบุว่า แม้ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ ที่อยู่อาศัย ทั่วประเทศในไตรมาสแรกของปีนี้จะยังพอให้ชื่นใจได้ เพราะขยายตัวได้ถึง 11.2% แต่ภาพดังกล่าวกำลังจะเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจากผลกระทบสะสมจากวิกฤตสงคราม
Summary
นายมหัทธนะ ระบุว่า แม้ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ ที่อยู่อาศัย ทั่วประเทศในไตรมาสแรกของปีนี้จะยังพอให้ชื่นใจได้ เพราะขยายตัวได้ถึง 11.2% แต่ภาพดังกล่าวกำลังจะเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจากผลกระทบสะสมจากวิกฤตสงคราม ราคาพลังงานที่พุ่งสูง และค่าครองชีพที่กัดกร่อนกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง กำลังส่งแรงฉุดที่จะเห็นชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 2 ถึง 4
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินสินเชื่อใหม่แทบจะไม่ขยายตัวไปจากปีก่อนหน้าเลย ภาวะเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะตลาดที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
“แม้ภาพใหญ่ของตลาดจะดูไม่สดใสนัก แต่ ธอส. มั่นใจว่าธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 246,795 ล้านบาทตลอดปีนี้”