← Back to KHAO

‘ทนายเขากระโดง’ ยันคำพิพากษาศาลฯผูกพันเฉพาะคู่ความ ไม่เหมารวมชาวบ้านอีก 995 แปลง

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

“ทนายเขากระโดง” กางข้อกฎหมาย ชี้คำพิพากษาศาลฎีกาผูกพันเฉพาะคู่ความ ไม่เหมารวมชาวบ้าน 995 แปลง ซัดการเมือง-อินฟลูฯ-ไอโอ ใช้จิตวิทยาหมู่ตีวัวกระทบคราด แต่สร้างความสับสน ท้ายสุดข้อมูลบิดเบือนย้อนทำลายจริยธรรมและวิชาชีพตัวเอง

Key facts

Summary

14 มิ.ย. 2569 – นายชนินทร์ แก่นหิรัญ   ทนายความรับผิดชอบคดีเขากระโดง  โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวว่า  ความจริงประเด็นข้อกฎหมายที่พยายามสื่อสารเกี่ยวกับคดีเขากระโดงได้เคยให้ไว้ในเฟสอยู่บ่อยครั้ง แต่อาจจะยังไม่ทำให้ มุมมองนักกฎหมาย นักวิชาการ และอินฟลู กับขบานการ IO คิดได้   ดังนั้นครั้งนี้ ผมตั้งใจว่าจะอธิบายธประเด็น “ผลของคำพิพากษาถึงที่สุด” ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145อีกครั้ง

ความแตกต่างระหว่างคำว่า “ผูกพัน” “ใช้ยัน” และ “บังคับคดี” จึงเป็นหัวใจของเรื่องนี้ คำพิพากษาผูกพันคู่ความและสามารถบังคับคดีกับคู่ความหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ แต่การ “ใช้ยัน” บุคคลภายนอก เป็นเพียงการนำผลคำวินิจฉัยเรื่องกรรมสิทธิ์ไปกล่าวอ้างในกระบวนการต่อไป โดยบุคคลภายนอกยังมีสิทธิเต็มที่จะโต้แย้ง นำสืบ และพิสูจน์สิทธิของตน การกล่าวว่าคำพิพากษาคดีหนึ่งสามารถนำไปเพิกถอนเอกสารสิทธิของผู้ที่ไม่เคยเป็นคู่ความได้ทันที จึงเป็นการข้ามขั้นจาก “อาจใช้ยัน” ไปเป็น “บังคับเพิกถอน”

ผมเข้าใจดีว่าผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นจำนวนมากอาจมีเจตนาดี อยากให้รัฐรักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน และอยากเห็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ประเด็นนี้ไม่มีใครปฏิเสธ แม้แต่ผมเอง แต่ความตั้งใจที่ดีต้องเดินอยู่บนทางที่กฎหมายรองรับ หากเห็นว่าที่ดินเป็นของการรถไฟจริง ช่องทางตามกฎหมายก็มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินให้ครบถ้วน หรือการฟ้องร้องเป็นรายแปลงเพื่อให้เจ้าของเอกสารสิทธิแต่ละรายมีโอกาสต่อสู้ในศาล ทางเหล่านี้อาจใช้เวลา

Read full article at Thai Post →