The Standard
รวมภาพพระกรณียกิจในเวทีโลกของ ‘พระองค์ภา’ เจ้าฟ้านักกฎหมายผู้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาระดับโลก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงสำเร็จการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ใน พ.ศ. 2543 หลังจากนั้น ทรงรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายที่กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม ก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา ทรงจบการศึกษาปริญญาเอกใน พ.ศ. 2548
Key facts
- การผลักดันหลักนิติธรรมให้ได้รับการบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของวาระการพัฒนาหลังปี 2015 นำไปสู่การกำหนดเป็น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 16 (SDG 16)
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงสำเร็จการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ใน พ.ศ. 2543
- พระองค์มีบทบาทสำคัญในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทรงให้ความสำคัญกับสิทธิของกลุ่มผู้มีความเปราะบาง การแก้ปัญหาอาชญากรรมโดยมองคนเป็นศูนย์กลางและมองอย่างองค์รวม (Holistic Approach)
- การผลักดันข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง หรือ ข้อกำหนดกรุงเทพ (United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-Custodial Measures for Women Offenders)
- การผลักดันการเจรจาร่างข้อมติสู่การรับรองแนวทางสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาทางเลือก (United Nations Guiding Principles on Alternative Development)
- การผลักดันยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อเด็กในด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (United Nations Model Strategies and Practical Measures on the Elimination of Violence against Children in the Field of Crime Prevention and Criminal Justice)
Summary
พระองค์มีบทบาทสำคัญในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทรงให้ความสำคัญกับสิทธิของกลุ่มผู้มีความเปราะบาง การแก้ปัญหาอาชญากรรมโดยมองคนเป็นศูนย์กลางและมองอย่างองค์รวม (Holistic Approach)
ทรงชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างความยุติธรรม หลักนิติธรรม และการพัฒนา ทำให้เห็นว่า ในการจัดการปัญหาอาชญากรรมในสังคม จำเป็นต้องพิจารณาตั้งแต่ต้นเหตุแห่งปัญหา ครอบคลุมไปถึงการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การบำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดเพื่อกลับคืนสู่สังคม ซึ่งจะช่วยป้องกันมิให้เกิดการกระทำผิดซ้ำด้วย
2.การผลักดันหลักนิติธรรมให้ได้รับการบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของวาระการพัฒนาหลังปี 2015 นำไปสู่การกำหนดเป็น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 16 (SDG 16)