Cryptosiam
เงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง 4.2% กดดัน Bitcoin และทองคำ นักวิเคราะห์เตือน BTC เสี่ยงหลุด 60,000 ดอลลาร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
นักวิเคราะห์มองว่า Bitcoin และทองคำอาจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังอัตราเงินเฟ้อสหรัฐในเดือนพฤษภาคมพุ่งแตะ 4.2% ทำลายความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และเพิ่มความเสี่ยงที่ Bitcoin อาจร่วงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ในระยะสั้น
Key facts
- นักวิเคราะห์มองว่า Bitcoin และทองคำอาจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังอัตราเงินเฟ้อสหรัฐในเดือนพฤษภาคมพุ่งแตะ 4.2% ทำลายความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และเพิ่มความเสี่ยงที่ Bitcoin อาจร่วงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ในระยะสั้น
- ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 Bitcoin ปรับตัวลดลงแล้วประมาณ 36% นับตั้งแต่เดือนมกราคม ขณะที่ราคาทองคำร่วงลงราว 23% จากจุดสูงสุดเมื่อต้นปี
- Bitcoin และทองคำกำลังเผชิญความท้าทายรอบใหม่ หลังข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนพฤษภาคมออกมาสูงถึง 4.2% ส่งผลให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในปีนี้
- ข้อมูลจากตลาด CME Futures ล่าสุดยังสะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักถึง 98.4% ที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมวันที่ 17 มิถุนายนที่จะถึงนี้
- Bitcoin และทองคำเผชิญแรงขาย ขณะที่น้ำมันพุ่งแรง
- ในทางตรงกันข้าม ราคาน้ำมันดิบกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก
Summary
Bitcoin และทองคำกำลังเผชิญความท้าทายรอบใหม่ หลังข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนพฤษภาคมออกมาสูงถึง 4.2% ส่งผลให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในปีนี้
ข้อมูลดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานจะทำให้สภาพคล่องในระบบการเงินลดลง และเพิ่มต้นทุนในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
Tim Sun นักวิจัยอาวุโสจาก HashKey Group มองว่า แม้กระแสคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยจะเริ่มร้อนแรงขึ้น แต่โอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ยังค่อนข้างต่ำ