Matichon
นายกฯ ปาฐกถาเวที JFCCT 2026 ชูปฏิรูปกฎระเบียบ-พัฒนาคน ดึงเชื่อมั่นนักลงทุน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่ห้อง Crystal Hall โรงแรมดิ แอทธินี นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงาน JFCCT Prime Minister’s Address Luncheon 2026 ซึ่งจัดโดยหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand: JFCCT) โดยมีคณะรัฐมนตรี ประธานหอการค้าต่างประเทศ ผู้แทนภาคธุรกิจ และเอกอัครราชทูตจากประเทศสมาชิก JFCCT เข้าร่วมงานประมาณ 400
Key facts
- เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่ห้อง Crystal Hall โรงแรมดิ แอทธินี นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงาน JFCCT Prime Minister’s
- รัฐบาลมุ่งทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบ การขยายบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล การลดขั้นตอนการลงทุน และการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความโปร่งใส และความแน่นอนสำหรับภาคธุรกิจ
- ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ยกตัวอย่างกลไก Thailand FastPass ซึ่งช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติการลงทุนและการออกใบอนุญาตจากหลายหน่วยงาน โดยปัจจุบันมีโครงการลงทุนจำนวน 25 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 223,000 ล้านบาท ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว
- หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand 2026: A Vision for Competitiveness, Investment, and a Future-Ready Economy: From Uncertainty to Confidence – Reform and Resilience in Business”
- โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้พบปะ และหารืออย่างไม่เป็นทางการกับประธานหอการค้าต่างประเทศ ผู้สนับสนุนการจัดงาน และผู้แทนหอการค้าจากประเทศต่าง ๆ ก่อนร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกร่วมกัน จากนั้น นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีเปิดงาน โดยนางวีเบคเก้ ลิสแซนด์
Summary
หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand 2026: A Vision for Competitiveness, Investment, and a Future-Ready Economy: From Uncertainty to Confidence – Reform and Resilience in Business” โดยแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 50 ปีของ JFCCT พร้อมชื่นชมบทบาทขององค์กรในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับภาคธุรกิจนานาชาติ และมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จากการเข้าร่วมเวทีเศรษฐกิจและหารือกับผู้นำภาคธุรกิจจากทั่วโลกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คำที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ “ความไม่แน่นอน” ทั้งการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุน ขณะเดียวกัน ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างแข่งขันกันอย่างเข้มข้นเพื่อดึงดูดเงินทุน บุคลากรที่มีความสามารถ และนวัตกรรม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นักลงทุนในปัจจุบันมองหาความเชื่อมั่น ความสามารถในการคาดการณ์ และหุ้นส่วนที่มีความเข้มแข็งพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการลงทุนที่ได้รับความไว้วางใจ มีเสถียรภาพ และมีความยืดหยุ่นสูงสำหรับการลงทุนระยะยาว