Prachachat
เปิดใจแม่ทัพ สบน. ว่าด้วย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในห้วงยามที่รัฐบาลยืนยันถึงความจำเป็นต้องออกกฎหมายพิเศษมากู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาท เพื่อนำมาแก้ “วิกฤต” อันมีต้นตอมาจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไร้จุดจบ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล” ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะผู้บริหารหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องบริหารจัดการ “การกู้เงิน” ดังกล่าว
Key facts
- กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยกู้เงินเพื่อรับมือวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงต้มยำกุ้ง ปี 2540, วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 ที่ต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มากู้เงิน 4 แสนล้านบาท ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง หรือช่วงวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 ก็มีออก
- กล่าวว่า ในแง่การบริหารจัดการเงินกู้นั้น ในปีงบประมาณ 2569 นี้ มีการตั้งงบฯ ขาดดุล 8.6 แสนล้านบาท กู้ใหม่บวกกับรีไฟแนนซ์อีกราว 2.3 ล้านล้านบาท เป็นการกู้ใหม่ 1.2 ล้านล้านบาท ที่เหลือรีไฟแนนซ์ โดย
- ในห้วงยามที่รัฐบาลยืนยันถึงความจำเป็นต้องออกกฎหมายพิเศษมากู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาท เพื่อนำมาแก้ “วิกฤต”
- การที่ต้องกำหนดวงเงินกู้ที่ 4 แสนล้านบาท เนื่องจากมีการพิจารณาตาม Scenario โดยที่มีข่าวว่า 5 แสนล้านบาท ก็ดูไว้ ดูทุก Scenario แล้วก็จับมาเทสต์ ว่าวงเงินควรจะเป็นเท่าไหร่ ทั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ
- กล่าวว่า ในส่วนของแผนลดหนี้ในอนาคต คือ ต้องมีการตั้งงบประมาณมาชำระคืนเงินต้น 4% ทุกปี จากเมื่อก่อนที่จะได้รับการจัดสรรไม่ค่อยถึง ซึ่ง สบน.ก็ไปผลักดัน อย่างในปี 2570 ก็ได้ 4% และไม่ใช่ว่าชำระหนี้มากขึ้นเพื่อขาดดุลเพิ่มขึ้น
- การออก พ.ร.ก.จะเป็นการกู้ On Top จากเพดานตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ที่มีสัดส่วนที่บังคับอยู่ว่า กู้ชดเชยการขาดดุลได้ไม่เกิน 20% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีบวกด้วยไม่เกิน 80% ของงบฯ ชำระคืนต้นเงินกู้
Summary
สำหรับรอบนี้ “จินดารัตน์” กล่าวว่า วิกฤตรอบนี้ต่างจากรอบอื่น ๆ เพราะอาจจะไม่ได้เป็นแบบความเป็นความตาย แต่เป็นความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น เดี๋ยวเกิดสงคราม เดี๋ยวสงครามหยุด แต่ที่ประจักษ์ก็คือ ราคาน้ำมันสูงขึ้นมากกว่าแต่เดิม ทำให้คนเกิดวิกฤตปากท้อง ราคาสินค้าขึ้น คนค้าขายต้นทุนขึ้น คนซื้อก็ซื้อของแพงขึ้น ธุรกิจก็อยู่ไม่ได้ ประชาชนก็ลำบาก
“จินดารัตน์”
“ผู้อำนวยการ สบน.” กล่าวว่า ในส่วนของแผนลดหนี้ในอนาคต คือ ต้องมีการตั้งงบประมาณมาชำระคืนเงินต้น 4% ทุกปี จากเมื่อก่อนที่จะได้รับการจัดสรรไม่ค่อยถึง ซึ่ง สบน.ก็ไปผลักดัน อย่างในปี 2570 ก็ได้ 4% และไม่ใช่ว่าชำระหนี้มากขึ้นเพื่อขาดดุลเพิ่มขึ้น เพราะแนวโน้มก็พยายามลดขาดดุลอยู่ เพื่อไม่ให้เกิน 3% ของจีดีพี ตามหลักการ OECD ซึ่งแผนการคลังระยะปานกลาง 5 ปี ก็พยายามลดให้ได้