Prachachat
หอการค้าชุมพรชงบิ๊กโปรเจ็กต์ ‘ศูนย์ส่งออกผลไม้เบ็ดเสร็จภาคใต้’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หอการค้าจังหวัดชุมพรเตรียมผลักดันบิ๊กโปรเจ็กต์ ศูนย์ส่งออกผลไม้เบ็ดเสร็จภาคใต้ หวังรองรับผลผลิตทุเรียน มังคุดที่มีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง แก้คอขวดโลจิสติกส์ ยกระดับฮับผลไม้ภาคใต้สู่ตลาดโลก
Key facts
- ระยะที่ 1 จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) รวมงานเอกสาร ตรวจสอบคุณภาพ ตรวจสารตกค้าง และโรคพืชไว้ในจุดเดียว พร้อมห้องปฏิบัติการแล็บที่ใช้ร่วมกันระหว่างจังหวัดใกล้เคียงเพื่อความคุ้มค่า
- ด้วยสถานการณ์ผลไม้ภาคใต้มีผลผลิตสูงถึง 900,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นราว 30,000-40,000 ตู้ต่อปี แบ่งเป็นทุเรียนราว 700,000 ตัน กระจายอยู่พื้นที่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี ลงไปจนถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมปริมาณกว่า 400,000 ตัน
- ล่าสุดการส่งออกกลับพบอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากต้องส่งสินค้าไปทำพิธีการและตรวจโรคพืชที่ด่านชายแดน ทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงพีกที่มีการขนส่งสูงถึง 500 ตู้ต่อวัน ขณะที่จันทบุรีมีประมาณ 800-1,000 ตู้ต่อวัน
- ระยะที่ 2 เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากถนนสู่ระบบราง (Shift Mode) พัฒนาร่วมกับเส้นทางเชื่อมต่อทางรถไฟสายใต้ (โครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 ชุมพร-สุราษฎร์ธานี) ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่โครงการ 500 เมตร เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์
Summary
นายจาฏุพจน์ ไกรมาก ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาคเอกชนจังหวัดชุมพรเตรียมผลักดันโครงการ “ศูนย์ส่งออกผลไม้เบ็ดเสร็จภาคใต้” หนึ่งในโครงการสำคัญที่เตรียมผลักดันผ่าน ครม.สัญจร
ด้วยสถานการณ์ผลไม้ภาคใต้มีผลผลิตสูงถึง 900,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นราว 30,000-40,000 ตู้ต่อปี แบ่งเป็นทุเรียนราว 700,000 ตัน กระจายอยู่พื้นที่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี ลงไปจนถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมปริมาณกว่า 400,000 ตัน โดยเฉพาะมังคุดปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตอาจสูงถึง 49,000 ตัน
นอกจากนี้ ศูนย์ดังกล่าวจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการแข่งขันในตลาด โดยเฉพาะกรณีมังคุดภาคใต้และภาคตะวันออกที่ออกพร้อมกัน ทำให้ผู้ค้าส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จันทบุรี เพราะมีต้นทุนส่งออกต่ำกว่าและอยู่ใกล้ชายแดนมากกว่า รวมถึงบริหารจัดการปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรตามฤดูกาล (ช่วง 3-7 เดือน) ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น