Bloomberg · The Standard
Bloomberg เผย Minor Food เล็งย้ายแผน IPO จาก ‘ฮ่องกง’ ซบ ‘สิงคโปร์’ หวังดึงดูดเม็ดเงินและนักลงทุนที่มีศักยภาพได้มากกว่า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Minor International กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณานำธุรกิจร้านอาหารในเครืออย่าง Minor Food Group Pcl เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ของสิงคโปร์แทนเป้าหมายเดิมอย่างฮ่องกง เนื่องจากบริษัทประเมินว่าตลาดสิงคโปร์จะสามารถดึงดูดความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนที่มีศักยภาพได้มากกว่า
Key facts
- หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 37.54 บาท ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2569
- Minor International กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณานำธุรกิจร้านอาหารในเครืออย่าง Minor Food Group Pcl เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ของสิงคโปร์แทนเป้าหมายเดิมอย่างฮ่องกง
- ทว่าปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์กลับมาผงาดและมีความน่าดึงดูดมากกว่า คือความแข็งแกร่งของตลาดหุ้น โดยพบว่าดัชนี Straits Times Index ของสิงคโปร์สามารถทำผลงานปรับตัวบวกขึ้นถึง 7% ในปีนี้ สวนทางกับดัชนี Hang Seng Index
- Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ทีมที่ปรึกษาทางการเงินกำลังประเมินทิศทางและจัดทำแผนงานให้กับ Minor Food ซึ่งเป็นบริษัทผู้บริหารจัดการแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังระดับโลก อาทิ Burger King, Dairy Queen และ The Pizza Company
Summary
ทว่าปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์กลับมาผงาดและมีความน่าดึงดูดมากกว่า คือความแข็งแกร่งของตลาดหุ้น โดยพบว่าดัชนี Straits Times Index ของสิงคโปร์สามารถทำผลงานปรับตัวบวกขึ้นถึง 7% ในปีนี้ สวนทางกับดัชนี Hang Seng Index ของฮ่องกงที่ปรับตัวร่วงลงไปราว 5%
Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ทีมที่ปรึกษาทางการเงินกำลังประเมินทิศทางและจัดทำแผนงานให้กับ Minor Food ซึ่งเป็นบริษัทผู้บริหารจัดการแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังระดับโลก อาทิ Burger King, Dairy Queen และ The Pizza Company โดยปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายให้บริการครอบคลุมกว่า 2,700 สาขาใน 24 ประเทศ
ก่อนหน้านี้ ฮ่องกงเคยเป็นตัวเลือกหลักที่บริษัทคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้สูงกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.31 หมื่นล้านบาท) แม้ว่าตัวเลขการระดมทุนผ่าน IPO ของตลาดฮ่องกงในปี 2026 จะสูงทะลุ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.24 แสนล้านบาท) ทิ้งห่างตลาดสิงคโปร์ที่มียอดระดมทุนเพียง 912 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท)