Spring News
กมธ.ฟอกเงิน เรียก Webull แจงปมช่องโหว่ระบบยืนยันตัวตน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กมธ. ปปง. เรียกผู้บริหาร Webull เข้าชี้แจง หลังพบช่องโหว่ในระบบยืนยันตัวตน (KYC) และการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว ทำให้แพลตฟอร์มถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์
Key facts
- ส่งผลให้สถิติความเสียหายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน พบความเสียหายเพิ่มเติมเพียงประมาณ 2 ล้านบาท และสามารถระงับความเสียหายคืนให้ผู้เสียหายได้บางส่วน
- นายชัยชนะ ย้ำข้อมูลจาก CIB ที่พบว่าในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีคดีที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นถึง 393 เคส มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 58 ล้านบาท และล่าสุดยังมีผู้เสียหายเพิ่มอีก 7 ราย สูญเงินกว่า 2.3 ล้านบาท
- ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ (11 มิ.ย.69) ที่มี นายพิทักษ์เดช เดชเดโช เป็นประธานการประชุม เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด
- มีรายงานว่า ตลอดการประชุมร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง มีประเด็นการตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องของระบบ Webull ก่อนจะมีการแก้ไขปัญหา เช่น พบว่ามีความเสียหายที่เกิดจากใช้เอกสารปลอมในการเปิดบัญชีหลักทรัพย์
Summary
โดยพบช่องโหว่ "ฝาก-ถอนไว" ดึงดูดสแกมเมอร์ จากการสืบสวนพบปัจจัยหลัก 2 ประการที่ทำให้สแกมเมอร์เลือกใช้แพลตฟอร์มนี้ คือ ความรวดเร็วในการธุรกรรม : แพลตฟอร์มมีการตลาดที่เน้นความทันสมัย สามารถฝากและถอนเงินได้ภายในวันเดียว ซึ่งแตกต่างจากบริษัทหลักทรัพย์ทั่วไปที่จะต้องใช้เวลา T+1 หรือมากกว่า ทำให้มิจฉาชีพสามารถยักย้ายถ่ายเทเงินออกไปได้อย่างรวดเร็ว
มีรายงานว่า ตลอดการประชุมร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง มีประเด็นการตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องของระบบ Webull ก่อนจะมีการแก้ไขปัญหา เช่น พบว่ามีความเสียหายที่เกิดจากใช้เอกสารปลอมในการเปิดบัญชีหลักทรัพย์ กลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำเงินจากการหลอกลวงประชาชนมาฟอกผ่านพอร์ตหุ้น
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาในการอายัดเงิน เนื่องจากหากธนาคารทำการอายัดบัญชีกลางของบริษัทหลักทรัพย์ จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของนักลงทุนปกติรายอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ทำให้มิจฉาชีพใช้จุดนี้เป็นเกราะป้องกันการถูกระงับธุรกรรม