Komchadluek
ศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง "ศุภชัย โพธิ์สุ" ตลอดชีวิต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
11 มิ.ย. 2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาอ่านคำพิพากาษาในคดี คมจ 2/2568 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภา ในคดีมาตรฐานจริยธรรม
Key facts
- คดีนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2568 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านขณะดำรงตำแหน่ง ส.ส. สมัยที่ 4 ตั้งแต่ 24 มี.ค. 62 - 20 มี.ค. 66 ซึ่งเป็นขณะที่ มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
- ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาว่า ขณะที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 63 นั้น ผู้คัดค้านยังคงดำรงตำแหน่ง ส.ส.จังหวัดนครพนม วาระที่ 4
- ทั้งข้อเท็จจริงยังปราฏว่า ตั้งแต่ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม วาระที่ 1 ถึงวาระที่ 4 รวมถึง ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองนั้น
- มิใช่กรณีเป็นเรื่องที่ล่วงเลยมาแล้วเกิน 10 ปี นับแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันที่มีการกล่าวหา นอกจากนี้มาตรา 51 วรรรคหก เป็นเพียงบทบัญญัติเกี่ยวกับระยะเวลาในการไต่สวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยเท่านั้น ไม่ใช่บทบัญญัติที่ตัดอำนาจในการไต่สวน ฉะนั้น
Summary
โดยผู้คัดค้านไม่ได้เป็นบุคคลที่ได้รับใบจอง (น.ส. 2) และไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับจัดสรรที่ดินตามระเบียบ ว่าด้วยการจัดที่ดินประชาชน อันเป็นการกระทำที่ไม่ถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน อันทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ขอให้พิพากษาว่าผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปี
คดีนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2568 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านขณะดำรงตำแหน่ง ส.ส. สมัยที่ 4 ตั้งแต่ 24 มี.ค. 62 - 20 มี.ค. 66 ซึ่งเป็นขณะที่ มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับ ผู้คัดค้านยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่แปลงป่าดงพะทาย ตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม รวม 40 ใบ ของเนื้อที่ 220 ไร่
ทั้งข้อเท็จจริงยังปราฏว่า ตั้งแต่ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม วาระที่ 1 ถึงวาระที่ 4 รวมถึง ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองนั้น ผู้คัดค้านยังคงถือครองที่ดินตลอดมาจนกระทั่งมีการกล่าวหาผู้คัดค้าน และคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติรับเรื่องไว้พิจารณา จึงเป็นการดำเนินการภายในระยะเวลาที่ผู้คัดค้านยังคงดำรงตำแหน่งทางการเมือง