Nation TV
ทัวร์ลงยับ! ‘ทรัมป์’ พลั้งปากลั่น ‘ฉันรักเงินเฟ้อ’ หลังตัวเลขสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปีเซ่นพิษสงคราม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 11 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
โดนัลด์ ทรัมป์ งานเข้าหลังหลุดปากพูด "ฉันรักเงินเฟ้อ" ท่ามกลางดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมพุ่งทะยาน 4.2% สูงสุดในรอบ 3 ปี รับแรงกดดันจากค่าน้ำมันพุ่งเซ่นพิษสงครามอิหร่าน ก่อนรีบแก้ต่างโดนบิดเบือนบริบท
Key facts
- สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ได้เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนพฤษภาคม พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคขยับพุ่งสูงขึ้นถึง 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันจากระดับ 3.8%
- ในมิติทางการเงินและนโยบายการคลัง อัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 4.2% ถือว่ายังอยู่ห่างไกลจากจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ยุคโจ ไบเดน ที่เคยพุ่งแตะ 9.1% ในปี 2022 ทว่าตัวเลขนี้ยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะยาวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 2%
- กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และชนวนเดือดทางการเมืองในทำเนียบขาวทันที หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา หลุดปากให้สัมภาษณ์สื่อว่า "ฉันรักเงินเฟ้อ"
- ทว่าสิ่งที่เป็นชนวนระเบิดในหน้าสื่อคือถ้อยแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ณ ทำเนียบขาวที่ระบุว่า "ฉันรักมัน ตัวเลขพวกนั้นยอดเยี่ยมมาก และคุณรู้ไหมว่าสิ่งที่ฉันรักจริงๆ คืออะไร? ฉันรักเงินเฟ้อ"
Summary
ทว่าสิ่งที่เป็นชนวนระเบิดในหน้าสื่อคือถ้อยแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ณ ทำเนียบขาวที่ระบุว่า "ฉันรักมัน ตัวเลขพวกนั้นยอดเยี่ยมมาก และคุณรู้ไหมว่าสิ่งที่ฉันรักจริงๆ คืออะไร? ฉันรักเงินเฟ้อ" ส่งผลให้พรรคเดโมแครตคู่แข่งทางการเมือง นำโดย ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ออกมาโพสต์โจมตีทันทีว่าพฤติกรรมของทรัมป์สะท้อนถึงความดูถูกเหยียดหยามต่อความเดือดร้อนในค่าครองชีพของประชาชนอย่างไม่มีขอบเขต
กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และชนวนเดือดทางการเมืองในทำเนียบขาวทันที หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา หลุดปากให้สัมภาษณ์สื่อว่า "ฉันรักเงินเฟ้อ" สวนทางกับรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดที่พุ่งทะยานแตะ 4.2% สูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่ดีดตัวสูงขึ้นท่ามกลางภาวะ สงครามระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน
หลังเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนักหน่วง ทรัมป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก้ต่างกับสำนักข่าว New York Post โดยยืนยันว่าคำพูดของเขาถูกตัดต่อและนำไปตีความอย่างผิดบริบท (Taken out of context) โดยความหมายที่แท้จริงคือ ตัวเขาชื่นชอบที่ตัวเลขเงินเฟ้อในรอบนี้ "ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า" ทั้งที่ประเทศกำลังเผชิญหน้ากับสภาวะสงครามขนาดใหญ่