Microsoft · Nation TV
ดีอีเปิดเวทีรับฟังความเห็นโปรเจกต์ “TH-AI Passport” 1.6 พันล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
ดีอีเปิดเวทีชี้แจงโครงการ TH-AI Passport งบ 1.6 พันล้าน ย้ำมุ่งสร้างทักษะ AI ระดับโปรให้คนไทย พร้อมเคลียร์ดรามาความคุ้มค่า-ความปลอดภัยข้อมูล
Key facts
- 11 มิถุนายน 2569 กระทรวงดีอี เดินหน้าจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น TH-AIpassport โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ 1.6 พันล้านบาท เพื่อผลักดัน DigitalEconomy ไทยให้ทันโลก เร่งคลายข้อสงสัยทั้งประเด็น ความคุ้มค่า ของงบประมาณ และมาตรการดูแล ความปลอดภัยข้อมูล
- ปรับไปต่อแบบปรับปรุง อย่างที่ทุกท่านบอกว่าเราสามารถแก้ไขในสัญญา ไม่ใช่ TOR แต่เป็นการพูดถึงสัญญา อยากให้เปิดสัญญาให้เราได้เห็น และเปิดงานงวดที่ 1 ให้พวกเราได้อ่านอย่างละเอียด และช่วยกันดูว่าคุ้มค่าหรือไม่
- ประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจและเป็นข้อกังวล คือ เรื่องความคุ้มค่าและที่มาของงบประมาณ 1,626 ล้านบาท
- ขณะเดียวกัน ในมุมของเอกชน โครงการ 1,621 ล้านบาท ทำงานโดยใช้เวลาเพียง 30 วันเท่านั้นที่เปิดให้ลงทะเบียน หากคิดดูว่า เอกชนไม่ได้รู้โครงการนี้มาก่อน เวลาเพียง 30 วันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถทำโครงการระดับนี้ให้เสร็จภายใน 30 วัน และแผน 90
- ไปต่อกับ TOR เดิม แต่คิดว่าเป็นทางเลือกที่ลำบากมากและเกิดการตรวจสอบมากมาย
- นายธีระชาติ มองว่า โครงการนี้มีรายละเอียดความไม่โปร่งใสและขาดความชัดเจน ทั้งเรื่องการใช้เงินงบประมาณ 1,621 ล้านบาท ในการ "เช่า"
Summary
11 มิถุนายน 2569 กระทรวงดีอี เดินหน้าจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น TH-AIpassport โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ 1.6 พันล้านบาท เพื่อผลักดัน DigitalEconomy ไทยให้ทันโลก เร่งคลายข้อสงสัยทั้งประเด็น ความคุ้มค่า ของงบประมาณ และมาตรการดูแล ความปลอดภัยข้อมูล ส่วนบุคคลให้โปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน บรรยากาศที่เวที TH-AI Passport Forum ซึ่งเป็นเวทีเปิดรับฟังความคิดเห็น และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับโครงการ โดยมีภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่สนใจร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางการพัฒนาโครงการ
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงให้เห็นภาพรวมว่า ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะการใช้งาน AI ของคนไทยที่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกและถูกประเทศในกลุ่ม SEA ทิ้งห่าง โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การแจกเครื่องมือ แต่คือการ 'สร้างโอกาส' ผ่านการเข้าถึง AI ระดับโปรให้กับกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก คือ นักเรียนนักศึกษา บุคลากรภาครัฐ และผู้ประกอบการ SME โดยปลัดกระทรวงฯ ย้ำชัดเจนว่า
ปลัดกระทรวงดีอีและผู้พัฒนาระบบยืนยันหนักแน่นว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานจะถูกปกป้องตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด ระบบจะแสดงผลเพียง 'เชิงสถิติภาพรวม' ของการใช้งาน เพื่อนำไปวิเคราะห์พฤติกรรมใช้งานเท่านั้น รัฐบาลจะไม่สามารถเห็นข้อมูลส่วนตัวหรือสิ่งที่ประชาชนแต่ละคนพิมพ์ถามคำถามเข้าไปแน่นอน โดยทางโครงการคาดการณ์ว่าเมื่อเริ่มใช้งานจริง จะมีผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบกว่า 500,000 ถึง 700,000 คนต่อวัน ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับทักษะ AI ของคนไทยแบบก้าวกระโดด