Thairath
เจ้านายนักการทูต ย้อนพระกรณียกิจ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' สู่ทูตสันถวไมตรีระดับโลก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมีพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์กว้างไกลในการทรงงานด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ยกระดับการทูตไทยสู่ทูตสันถวไมตรีในเวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม
Key facts
- การก้าวขึ้นสู่บทบาท "ทูตสันถวไมตรีระดับนานาชาติ"
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมีพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์กว้างไกลในการทรงงานด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ยกระดับการทูตไทยสู่ทูตสันถวไมตรีในเวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงได้รับการยกย่องในระดับสากลในฐานะ "นักกฎหมายและนักการทูต"
- ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตสันถวไมตรีประจำประเทศไทย พระองค์ทรงเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนแคมเปญ "Say NO to Violence against Women"
- ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งนี้ เพื่อให้พระองค์ทรงช่วยระดมความร่วมมือในการลดปัญหาอาชญากรรม ปกป้องกลุ่มเปราะบาง และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- ทูตสันถวไมตรีขององค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM / ปัจจุบันคือ UN Women)
Summary
บทบาททางการทูตของพระองค์ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงวิถี "การทูตเชิงรุกเพื่อมวลมนุษยชาติ" ที่มุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและปกป้องสิทธิมนุษยชนในระดับโลก
จากความสำเร็จระดับประเทศ พระองค์ทรงนำข้อมูลเชิงประจักษ์นี้ผลักดันผ่านโครงการ ELFI (Enhancing Life of Female Inmates) เข้าสู่เวทีสหประชาชาติ จนกระทั่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้รับรอง "ข้อกำหนดกรุงเทพ" (The Bangkok Rules) ในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลฉบับแรกของโลกที่มุ่งดูแลและปกป้องสิทธิของผู้ต้องขังหญิงโดยเฉพาะ
ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งนี้ เพื่อให้พระองค์ทรงช่วยระดมความร่วมมือในการลดปัญหาอาชญากรรม ปกป้องกลุ่มเปราะบาง และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ค.ศ. 2030