Matichon
ทนายเดชา เผยนาที ทนายตั้ม ท้วงปมหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ คดีเจ๊อ้อย ฝากผู้พิพากษาเอาไปสอนน.ศ.ด้วย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ทนายความชื่อดัง เปิดเผยภายหลังเข้ารับฟังคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม โดยสรุปรายละเอียดคำพิพากษาซึ่งแบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น ข้อหาฉ้อโกง ศาลพิพากษาลงโทษทนายตั้มในความผิด 2 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมเป็น 6 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมเป็น 5 ปี โดยข้อหาฉ้อโกงที่ถูกลงโทษประกอบด้วย กรณีเงิน 71
Key facts
- ทนายเดชาทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันทนายตั้มถูกคุมขังมาแล้วประมาณ 1 ปี 8 เดือน จากโทษจำคุกทั้งหมด (5 ปี 12 เดือน หรือประมาณ 6 ปี) ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการยื่นขอประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ คาดว่าจะใช้หลักทรัพย์ประมาณ 6 แสนบาท
- เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ทนายความชื่อดัง เปิดเผยภายหลังเข้ารับฟังคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม
- นอกจากนี้ ทนายตั้มยังถูกพิพากษาจำคุกอีก 2 ปี ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) จากกรณีการส่งใบเสนอราคารถเบนซ์อันเป็นเท็จให้แก่เจ๊อ้อยทางไลน์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมนั้น ศาลได้ยกฟ้อง
- พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ทนายตั้มว่า หากจำเลยยังรู้สึกไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาก็มีสิทธิตามกระบวนการกฎหมายที่จะยื่นอุทธรณ์คดีต่อไปได้ภายในกำหนด 1 เดือน
Summary
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ทนายความชื่อดัง เปิดเผยภายหลังเข้ารับฟังคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม โดยสรุปรายละเอียดคำพิพากษาซึ่งแบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น ข้อหาฉ้อโกง ศาลพิพากษาลงโทษทนายตั้มในความผิด 2 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมเป็น 6 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมเป็น 5 ปี โดยข้อหาฉ้อโกงที่ถูกลงโทษประกอบด้วย กรณีเงิน 71
นอกจากนี้ ทนายตั้มยังถูกพิพากษาจำคุกอีก 2 ปี ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) จากกรณีการส่งใบเสนอราคารถเบนซ์อันเป็นเท็จให้แก่เจ๊อ้อยทางไลน์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมนั้น ศาลได้ยกฟ้อง เนื่องจากเอกสารดังกล่าวออกโดยบริษัทรถยนต์ จึงถือเป็น “เอกสารเท็จ” ไม่ใช่ “เอกสารปลอม” ตามข้อกฎหมาย
สำหรับข้อหาอื่นๆ เช่น กรณีเงิน 39 ล้านบาท (เฉินกวน) และกรณีการจ้างออกแบบโรงแรม ศาลสั่งยกฟ้องทั้งหมด เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าทนายตั้มมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเป็นการสมประโยชน์กันทางธุรกิจ ในส่วนของจำเลยรายอื่นๆ รวมถึงภรรยาและพี่สาวของทนายตั้ม ศาลได้พิพากษายกฟ้องทั้งหมดเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด และคาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวทันที
ทนายเดชายังระบุอีกว่า ศาลมีคำวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่าพฤติกรรมของทนายตั้มไม่ใช่การกระทำความผิดเป็นสันดาน หรือเข้าข่าย “ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ” เนื่องจากมีผู้เสียหายเพียงรายเดียว และเป็นการฉ้อโกงลูกความรายเดิมซ้ำ 2-3 ครั้ง ไม่ใช่การฉ้อโกงบุคคลทั่วไป ส่งผลให้ความผิดฐานฉ้อโกงในคดีนี้ไม่เข้าข่ายความผิดมูลฐาน และทำให้ศาลยกฟ้องในข้อหาฟอกเงินทั้งหมด พร้อมทั้งฝากถึงกองบังคับการปราบปราบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางให้ระมัดระวังในการตั้งข้อหาที่อาจรุนแรงเกินจริงในอนาคต