Matichon
ทนายเจ๊อ้อย เตรียมอุทธรณ์ หลังศาลสั่งคุก ทนายตั้ม ข้องใจปมเงิน 39 ล้านบาท ศาลยกประโยชน์ให้จำเลย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 มิถุนายน ภายหลังศาลมีคำพิพากษาในคดีที่ นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” เป็นโจทก์ร่วมฟ้องนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะตัวแทนของ “เจ๊อ้อย”
Key facts
- นายปานเทพ ระบุว่า ทีมกฎหมายของเจ๊อ้อยพอใจกับผลคำพิพากษาในระดับหนึ่ง และน้อมรับดุลพินิจของศาล แต่เตรียมยื่นอุทธรณ์ในประเด็นที่ศาลยกฟ้องหรือยกประโยชน์แห่งความสงสัย โดยเฉพาะคดีเงิน 39 ล้านบาท
- ยืนยันว่า ฝ่ายโจทก์จะอุทธรณ์ในทุกประเด็นที่ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัย ทั้งกรณีเงิน 39 ล้านบาท ค่าออกแบบบ้าน และประเด็นความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ขณะที่นายปานเทพระบุว่า ฝ่ายจำเลยสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ตามกระบวนการกฎหมายเช่นกัน
- นายปานเทพ ยังกล่าวถึงคำพิพากษาที่ศาลยกฟ้องภรรยาและพี่สาวของนายษิทราว่า ศาลพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่ายังไม่ปรากฏว่าบุคคลทั้งสองมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โดยจำกัดขอบเขตความรับผิดไว้เฉพาะนายษิทราเพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตาม
Summary
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 มิถุนายน ภายหลังศาลมีคำพิพากษาในคดีที่ นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” เป็นโจทก์ร่วมฟ้องนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะตัวแทนของ “เจ๊อ้อย”
ด้าน น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุ้ย” ยืนยันว่า ฝ่ายโจทก์จะอุทธรณ์ในทุกประเด็นที่ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัย ทั้งกรณีเงิน 39 ล้านบาท ค่าออกแบบบ้าน และประเด็นความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ขณะที่นายปานเทพระบุว่า ฝ่ายจำเลยสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ตามกระบวนการกฎหมายเช่นกัน
ส่วนกรณีการออกเอกสารเท็จเกี่ยวกับการซื้อรถยนต์และเรียกเก็บเงินส่วนต่าง ศาลเห็นว่าเป็นการหลอกลวงเช่นกัน จึงพิพากษาจำคุกอีก 1 ปี 6 เดือน ขณะที่คดีเงิน 39 ล้านบาท ศาลเห็นว่ายังมีเหตุอันควรสงสัยว่านายษิทราไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรง จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้ รวมถึงประเด็นค่าติดฟิล์มรถ และค่าออกแบบก่อสร้างที่ศาลเห็นว่ายังไม่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง
ส่วนท่าทีของนายษิทราระหว่างรับฟังคำพิพากษา นายปานเทพระบุว่า จำเลยมีความเห็นต่างในหลายประเด็น ซึ่งเป็นสิทธิที่จะใช้กระบวนการอุทธรณ์ต่อไป แต่ยืนยันว่าในส่วนของคดีโอนเงิน 71 ล้านบาท ศาลได้วินิจฉัยอย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งพยานหลักฐานและข้อความสนทนาที่ถูกอ้างว่าเป็นการให้เงินโดยเสน่หา ก่อนจะหักล้างข้อกล่าวอ้างดังกล่าวในทุกประเด็น