Matichon
นักวิชาการ ชี้ ไทยช่วยไทยพลัส ไม่ตอบโจทย์ศก.เชิงโครงสร้าง บิดเบือนแข่งขัน กระทบห่วงโซ่คุณค่าศก.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน รศ.ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล อาจารย์ประจำ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส มีวัตถุประสงค์ช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน โดยภาครัฐร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% เพื่อกระตุ้นการบริโภคและเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย แต่การให้สิทธิประโยชน์แก่ร้านค้าบางประเภทอาจส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากเงื่อนไขการได้รับเงินสนับสนุนมากกว่าคุณภาพสินค้า ราคา
Key facts
- เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน รศ.ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล อาจารย์ประจำ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส มีวัตถุประสงค์ช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน โดยภาครัฐร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน
- รศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่อว่า ความเสี่ยงอาจเกิดการทำบัญชีหลายชุด การลดการออกใบกำกับภาษี และการหดตัวของฐานภาษีในอนาคต ซึ่งอาจสวนทางกับความพยายามของภาครัฐในการผลักดันระบบภาษีดิจิทัล และ e-Tax Invoice เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา
- แม้มาตรการลักษณะนี้อาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้น แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย เช่น การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน การยกระดับเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างนวัตกรรม
- รศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่อว่า ดังนั้นหากภาครัฐต้องการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างยั่งยืน ควรมุ่งเน้นมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การสนับสนุน Digital Transformation การเข้าสู่ระบบภาษีดิจิทัล การใช้ AI และเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพ
Summary
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน รศ.ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล อาจารย์ประจำ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส มีวัตถุประสงค์ช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน โดยภาครัฐร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% เพื่อกระตุ้นการบริโภคและเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย แต่การให้สิทธิประโยชน์แก่ร้านค้าบางประเภทอาจส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากเงื่อนไขการได้รับเงินสนับสนุนมากกว่าคุณภาพสินค้า ราคา
รศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่อว่า ความเสี่ยงอาจเกิดการทำบัญชีหลายชุด การลดการออกใบกำกับภาษี และการหดตัวของฐานภาษีในอนาคต ซึ่งอาจสวนทางกับความพยายามของภาครัฐในการผลักดันระบบภาษีดิจิทัล และ e-Tax Invoice เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในมิติการแข่งขันทางธุรกิจ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่อยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้อง อาจได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม ขณะที่ผลกระทบอาจขยายไปตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่ภาคการผลิต เกษตรกรรม โลจิสติกส์ ไปจนถึงการจ้างงาน
รศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่อว่า ดังนั้นหากภาครัฐต้องการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างยั่งยืน ควรมุ่งเน้นมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การสนับสนุน Digital Transformation การเข้าสู่ระบบภาษีดิจิทัล การใช้ AI และเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพ การพัฒนาทักษะแรงงาน การเข้าถึงแหล่งต้นทุนต่ำ สนับสนุนการส่งออกและการขยายตลาดใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากกว่าการกระตุ้นการบริโภคเพียงระยะสั้น