Prachachat
รัฐบาล โต้ ปชป. ชี้รื้อปม TH AI Passport ค้านบนข้อเท็จจริง แจงสัญญามีผลแล้ว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รัฐบาล โต้ ปชป. ชี้รื้อปม TH AI Passport ค้านบนข้อเท็จจริง แจงสัญญามีผลแล้ว
Key facts
- ซึ่งโครงการ TH AI Passport ลงนามในสัญญาเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. 2569 และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการครบถ้วนตามกฎหมายทุกขั้นตอน ดังนั้น ประเด็นไม่ใช่เรื่องการจัดทำ TOR หรือการกลับไปแก้ไข TOR ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผ่านไปแล้ว
- น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินการเปิดเวทีรับที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ในวันที่11 มิ.ย.นี้ รมว.ดีอี จะร่วมรับฟังด้วยตนเอง และเชิญผู้รับจ้างเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอแนะโดยตรง
- น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ส่วนที่แสดงความเห็นว่ายังไม่มีการจ่ายเงินงวดแรก จึงสามารถทบทวนโครงการได้ ขอชี้แจงว่าการจ่ายเงินไม่ใช่ตัวกำหนดสถานะทางกฎหมายของสัญญา เพราะสัญญามีผลผูกพันตั้งแต่วันที่ลงนาม
- หากมีข้อเสนอที่ช่วยให้โครงการดีขึ้น คุ้มค่าขึ้น และสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากขึ้น แต่หากยังวนอยู่กับประเด็นที่พ้นจากขั้นตอนการดำเนินงานไปแล้ว อาจไม่ช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น วันนี้คือการทำให้โครงการเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อคนไทย
Summary
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH AI Passport ว่าสามารถทบทวนหรือปรับร่างขอบเขตของงาน (TOR ) ได้ ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่ในบางประเด็นอาจสะท้อนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของโครงการและกระบวนการบริหารสัญญาภาครัฐ
รัฐบาล โต้ ‘รองหัวหน้า ปชป. ชี้รื้อปม TH AI Passport แนะค้านบนข้อเท็จจริง แจงสัญญามีผลตามกฎหมายแล้ว แต่ปรับปรุงเพิ่มเติม ชี้รัฐบาลเปิดรับฟังทุกความเห็น
ซึ่งโครงการ TH AI Passport ลงนามในสัญญาเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. 2569 และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการครบถ้วนตามกฎหมายทุกขั้นตอน ดังนั้น ประเด็นไม่ใช่เรื่องการจัดทำ TOR หรือการกลับไปแก้ไข TOR ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผ่านไปแล้ว แต่เป็นเรื่องการบริหารสัญญาให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศ โดยรัฐบาลยึดหลักการ แก้สัญญาไม่ได้ แต่ปรับปรุงเพิ่มเติมได้ หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน และประโยชน์ที่รัฐจะได้รับต้องไม่ลดลง แต่สามารถเพิ่มขึ้นได้