BBC Thai
วิเคราะห์: เมื่อทรัมป์-เนทันยาฮู ต้องการเปลี่ยนโฉมตะวันออกกลาง แต่ตอนนี้พวกเขาเสี่ยงจะเผชิญวิกฤตที่ไม่สิ้นสุด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
ทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และเบนจามิน เนทันยาฮู เคยเชื่อว่าชัยชนะเหนืออิหร่านจะเปลี่ยนโฉมตะวันออกกลางได้
Key facts
- ทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และเบนจามิน เนทันยาฮู เคยเชื่อว่าชัยชนะเหนืออิหร่านจะเปลี่ยนโฉมตะวันออกกลางได้
- จริงอยู่ที่ภูมิภาคนี้ถูกแปลงโฉมไปแล้ว ทว่ามันไม่ได้เป็นไปตามที่ผู้นำทั้งสองคาดหวังไว้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยังไม่ถูกทำให้พ่ายแพ้ ความเสี่ยงตอนนี้คือภาวะวิกฤตอย่างไม่สิ้นสุดที่บั่นทอนและกินระยะเวลายาวนาน
- ตอนนั้นเนทันยาฮูมีอากัปกิริยาของผู้ที่ช่วงเวลาของเขามาถึงแล้ว ทว่าภาพกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตอนที่เขาปรากฏตัวต่อหน้ากล้องหลังจากทรัมป์สั่งให้ยกเลิกแผนโจมตีกรุงเบรุตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (8 มิ.ย.) เบน คาสปิต
- เมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) เนทันยาฮูประกาศว่าเขาจะไม่ยอมรับการโยงเรื่องดังกล่าว
Summary
จริงอยู่ที่ภูมิภาคนี้ถูกแปลงโฉมไปแล้ว ทว่ามันไม่ได้เป็นไปตามที่ผู้นำทั้งสองคาดหวังไว้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยังไม่ถูกทำให้พ่ายแพ้ ความเสี่ยงตอนนี้คือภาวะวิกฤตอย่างไม่สิ้นสุดที่บั่นทอนและกินระยะเวลายาวนาน ซึ่งจะปะทุเป็นสงครามเต็มรูปแบบเป็นครั้งคราวก็เป็นได้
ตอนที่ผู้นำทั้งสองพาประเทศเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน ณ วันสิ้นสุดเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา พวกเขาเผยแพร่แถลงการณ์ผ่านวิดีโอ เลือกใช้คำที่สะท้อนสมมติฐานว่า ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงระดับประวัติศาสตร์กำลังจะมาถึง ระบอบที่ปกครองอิหร่านมาตั้งแต่ยุคสมัยแห่งการโค่นล้มพระเจ้าชาห์ในปี 1979 กำลังจะถึงจุดจบ
แม้ประธานาธิบดีทรัมป์และบรรดานายพลของเขาจะพยายามตอบโต้ต่อการสูญเสียเฮลิคอปเตอร์ลำนี้แบบที่คำนวณมาแล้วอย่างดีเพื่อแสดงให้เห็นอย่างหนักแน่นไม่แพ้กันว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่ฝ่ายที่ใครจะมารังแกได้ แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องรักษากระบวนการทางการทูตที่เชื่องช้าและยังไม่เห็นผลใด ๆ เอาไว้ด้วย ในเหตุการณ์ยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช ลูกเรือของ ฮ.ลำนี้รอดชีวิตมาได้ ทว่าหากลูกเรือไม่รอดชีวิตในเหตุครั้งนี้ สหรัฐฯ ก็คงเลี่ยงการโจมตีตอบโต้ที่รุนแรงได้ยาก