Kaohoon
FETCO ชงคลังเดินหน้า TISA สร้างเม็ดเงิน “ระยะยาว” ดันตลาดหุ้นหนุนเศรษฐกิจไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ช่วงเช้าวันนี้ (11 มิ.ย.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานหารือกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการหารือความคืบหน้าโครงการ TISA (Thailand Individual Savings Account) บัญชีออมและลงทุนส่วนบุคคลเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ช่วงเช้าวันนี้ (11 มิ.ย.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานหารือกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
- นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า การเข้าพบผู้บริหารกระทรวงการคลังครั้งนี้มี 3 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ การนำเสนอความพร้อมของตลาดทุนในการสนับสนุนและขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล
- จะไม่มีระเบิดเวลาที่พอหมดปุ๊บเหมือนที่เราเห็นเมื่อปี 2568 เพราะครบกำหนดพอดีและไม่ได้ลดหย่อนภาษีแล้ว”
- พร้อมระบุว่า ตลาดทุนไทยปรับตัวได้ดีในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และหากสามารถดึงสภาพคล่องในประเทศเข้ามาเพิ่มเติมได้ ก็จะช่วยให้ตลาดทุนยังคงมีศักยภาพในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลในหลายด้าน
Summary
ส่วนประเด็นวงเงินลงทุน 800,000 บาทนั้น ยังต้องหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม โดยย้ำว่า FETCO ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว แต่ให้ความสำคัญกับการทำให้ TISA เป็นกลไกที่สร้างเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดทุนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า การเข้าพบผู้บริหารกระทรวงการคลังครั้งนี้มี 3 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ การนำเสนอความพร้อมของตลาดทุนในการสนับสนุนและขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล การรับฟังว่าภาครัฐต้องการให้ตลาดทุนช่วยเหลือในประเด็นใดเพิ่มเติม และการนำเสนอความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่ยังค้างคาอยู่ ซึ่งรวมถึงโครงการ TISA
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าอยากเห็นโครงการออกมาโดยเร็วหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า “แน่นอน” พร้อมระบุว่า ตลาดทุนไทยปรับตัวได้ดีในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และหากสามารถดึงสภาพคล่องในประเทศเข้ามาเพิ่มเติมได้ ก็จะช่วยให้ตลาดทุนยังคงมีศักยภาพในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลในหลายด้าน