Post Today
ย้อนรอย พ.ร.ก.ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. สอบคดีเอง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ถอดสาระสำคัญ พ.ร.ก.แก้กฎหมายตลาดหลักทรัพย์ฉบับใหม่ เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. สอบสวนคดีร้ายแรง ยึดอายัดทรัพย์ และส่งสำนวนให้อัยการฟ้อง หวังยกระดับความเชื่อมั่นนักลงทุน
Key facts
- สาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ประกอบด้วย 6 ประเด็นหลัก เริ่มจากการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการขายชอร์ต โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องสามารถแสดงหลักฐานการยืมหลักทรัพย์ก่อนส่งคำสั่งขาย พร้อมเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน
- อีกด้านหนึ่ง กฎหมายยังมุ่งยกระดับมาตรฐานการทำงานของผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุน ไม่ว่าจะเป็นผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน หรือสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ โดยเพิ่มทั้งมาตรการกำกับดูแลและบทลงโทษ
- นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องรายงานข้อมูลการนำหุ้นไปจำนำหรือก่อภาระผูกพันต่อ ก.ล.ต. พร้อมให้อำนาจเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส
- ในส่วนของผู้ถือหุ้นกู้ กฎหมายฉบับใหม่ได้ขยายสิทธิของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ให้สามารถดำเนินการแทนเจ้าหนี้ได้ตลอดกระบวนการฟื้นฟูกิจการและล้มละลาย ลดภาระของผู้ถือหุ้นกู้ที่เดิมต้องดำเนินการทางกฎหมายด้วยตนเอง
Summary
กรณีที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงกฎหมายตลาดทุนครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายยกระดับการกำกับดูแลกิจการ เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับการขยายอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยเฉพาะในประเด็นการสืบสวนสอบสวนคดีที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบตลาดทุนและเศรษฐกิจประเทศ
สาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ประกอบด้วย 6 ประเด็นหลัก เริ่มจากการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการขายชอร์ต โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องสามารถแสดงหลักฐานการยืมหลักทรัพย์ก่อนส่งคำสั่งขาย พร้อมเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน รวมถึงกำหนดให้ผู้ให้บริการในต่างประเทศรายงานข้อมูลผู้ถือหลักทรัพย์ที่แท้จริงต่อ ก.ล.ต.
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เห็นชอบในหลักการร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้การกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายในตลาดทุนมีความรัดกุม ทันสมัย และสามารถรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และได้นำเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการด้วยเสียงเอกฉันท์ 455 เสียง จากนั้นได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว 25 คน