← Back to KHAO

จับตาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีของ 2 นักปกป้องสิทธิมนุษยชนฟ้องแพ่งสำนักนายกฯและกองทัพบก

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ConforAll ยื่นรายชื่อผู้ริเริ่มเสนอ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ต่อรัฐสภา

11 มิถุนายน 2569 เวลา 8:30 น. ศาลแพ่ง รัชดาฯ นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กับอัญชนา หีมมิหน๊ะ นักสิทธิมนุษยชนจากกลุ่มด้วยใจ ร่วมกันฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)  และกองทัพบก จากกรณีที่ได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) อันเกี่ยวเนื่องกับการรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน

Key facts

Summary

คดีนี้แม้ฝ่ายโจทก์ได้นำสืบให้เห็นว่าถูกละเมิดตามการกล่าวอ้างจริง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องคดีโดยสรุปดังนี้ จำเลยทั้งสองสู้ว่า ข้อความบนเว็บไซต์ตามฟ้องเป็นการกล่าวในภาพรวม ไม่ได้กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงถึงโจทก์ทั้งสอง เป็นเนื้อหาที่แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและเป็นการกล่าวติชมด้วยความเป็นธรรม ในประเด็นนี้ศาลเห็นว่า การเผยแพร่ข้อความดังกล่าวทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่า เป็นการกล่าวถึงโจทก์ทั้งสองอย่างเจาะจง กล่าวหาว่า โจทก์มีพฤติกรรมในการทำงานที่ไม่ตรงไปตรงมา

มูลเหตุคดีนี้มาจากข้อกล่าวหาว่า หน่วยงานรัฐทั้งสองแห่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับนักสิทธิมนุษยชน รวมถึงโจทก์ทั้งสองคน นอกจากนี้ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ยังมีการอ้างถึงกรณีเอกสารที่ กอ.รมน. ยื่นต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ (กมธ.งบประมาณ) พ.ศ.2563 ของสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งกล่าวหาว่า อังคณา ปลุกระดมให้ประชาชนออกมาต่อต้านโครงการพัฒนา ช่วยเหลือโจรใต้และร่วมมือกับบุคคลที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน และกล่าวหาอัญชนาว่าก่อตั้งกลุ่มด้วยใจจากความเคียดแค้นและตั้งอยู่บนอคติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความเห็นโดยสุจริต เป็นการเผยแพร่ที่ทำลายชื่อเสียงของโจทก์ทั้งสอง ลดความเชื่อมั่นของประชาชนในการทำงานของโจทก์ทั้งสอง ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับและขาดความน่าเชื่อถือในการทำงานในบทบาทของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย และเมื่อจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่า

Read full article at iLaw →