Cryptosiam
Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin เพิ่ม 1,550 BTC หลังการขาย 32 BTC จุดกระแสวิจารณ์หนัก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บริษัท Strategy กลับมาเดินหน้าสะสม Bitcoin อีกครั้ง ด้วยการเข้าซื้อ 1,550 BTC มูลค่ากว่า 101 ล้านดอลลาร์ หลังจากการขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC เมื่อสัปดาห์ก่อนสร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับความสามารถในการรักษากลยุทธ์ถือครองสินทรัพย์ระยะยาวของบริษ
Key facts
- การเข้าซื้อครั้งนี้ได้รับเงินทุนจากโครงการขายหุ้น Class A ผ่านระบบ At-the-Market (ATM) โดยบริษัทสามารถระดมทุนสุทธิได้ประมาณ 181 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน
- บริษัท Strategy ได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 1,550 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 101.3 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin รวมทั้งสิ้น 845,256 BTC ตามเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐเมื่อวันจันทร์
- ข้อมูลระบุว่า Strategy ซื้อ Bitcoin ครั้งล่าสุดในราคาเฉลี่ย 65,332 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยของ Bitcoin ทั้งหมดที่บริษัทถือครองอยู่ที่ 75,680 ดอลลาร์ต่อเหรียญ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสะสมราว 6.39 หมื่นล้านดอลลาร์
- ด้วยราคาตลาดของ Bitcoin ที่อยู่บริเวณ 63,600 ดอลลาร์ในขณะนี้ มูลค่าการถือครอง Bitcoin ของ Strategy จะอยู่ที่ประมาณ 5.38 หมื่นล้านดอลลาร์
- ข่าวดังกล่าวส่งผลเชิงบวกต่อนักลงทุน โดยราคาหุ้นของ Strategy ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.55% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด แตะระดับ 126.90 ดอลลาร์
- ราคา Bitcoin ร่วงลงมากกว่า 21% และลงไปทดสอบระดับ 61,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบสี่เดือน
Summary
บริษัท Strategy ได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 1,550 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 101.3 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin รวมทั้งสิ้น 845,256 BTC ตามเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐเมื่อวันจันทร์
ข้อมูลระบุว่า Strategy ซื้อ Bitcoin ครั้งล่าสุดในราคาเฉลี่ย 65,332 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยของ Bitcoin ทั้งหมดที่บริษัทถือครองอยู่ที่ 75,680 ดอลลาร์ต่อเหรียญ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสะสมราว 6.39 หมื่นล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ Strategy สร้างความฮือฮาให้กับตลาด หลังจากขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งถือเป็นการขายครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักลงทุนที่กังวลว่าบริษัทอาจเข้าสู่ภาวะ “doom loop” หากจำเป็นต้องขาย Bitcoin เพิ่มเติมเพื่อรองรับภาระทางการเงินในอนาคต