Matichon
Low Carbon & Carbon Neutrality โอกาสของประเทศไทยบนฐานวิจัย สวทช. สู่อนาคตยั่งยืน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา “Low Carbon” และ “Carbon Neutrality” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็น “เงื่อนไขใหม่ของเศรษฐกิจโลก”
Key facts
- นอกจากภาคอุตสาหกรรมแล้ว ภาคสังคมก็มีบทบาทสำคัญในการลดคาร์บอนเช่นกัน จากปริมาณขยะอาหารที่ประเทศไทยมีปีละเกือบ 10 ล้านตัน โดยใน 4 ล้านตันเป็นอาหารที่ยังนำไปบริโภคได้ ในขณะเดียวกันไทยยังมีประชากรบางกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างเหมาะสม
- ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็น “เงื่อนไขใหม่ของเศรษฐกิจโลก”
- ที่กำหนดทิศทางการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ อย่างชัดเจน ประเทศไทยเองก็กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ต้องเร่งขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
- ได้เร่งพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐาน เทคโนโลยีเชิงลึก ไปจนถึงการนำไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมและสังคม
- แพลตฟอร์มดิจิทัล ตัวช่วยอัจฉริยะด้านบัญชีคาร์บอน
Summary
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา “Low Carbon” และ “Carbon Neutrality” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็น “เงื่อนไขใหม่ของเศรษฐกิจโลก”
แนวโน้มของโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการ “สมัครใจลดคาร์บอน” ไปสู่ “ข้อบังคับทางการค้า” โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า เช่น กลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่กำหนดให้สินค้านำเข้าต้องเปิดเผยและอาจต้องชำระต้นทุนคาร์บอน ขณะเดียวกัน ตลาดโลกให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสสำหรับบริษัทที่บริหารจัดการคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ “บัญชีคาร์บอน(Carbon Accounting)” กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกองค์กรต้องมี
อย่างไรก็ตาม การจัดทำบัญชีคาร์บอนที่มักมีความซับซ้อน ใช้เวลานาน และมีความคลาดเคลื่อนสูง จนกลายเป็น Pain Point สำคัญของภาคธุรกิจ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค สวทช.) จึงได้พัฒนา แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อบริหารคาร์บอน(ACAMP) ขึ้นมาเป็นตัวช่วยสำคัญให้องค์กรสามารถรวบรวม วิเคราะห์ และรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แบบอัตโนมัติ โดยบูรณาการข้อมูลตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ IoT หน้างาน เข้าสู่ระบบ Cloud Platform เพื่อวิเคราะห์ผลแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถระบุ
นอกจากการบริหารจัดการขยะอาหารเพื่อการนำกลับมาใช้ประโยชน์แล้ว “ข้อมูล” และ “ระบบติดตามข้อมูล”