Prachachat
ซูเปอร์โฮลดิ้งดานันตารา สู่ ปรากฏการณ์เทขายอินโดนีเซีย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พันธบัตร หุ้น และค่าเงินของอินโดนีเซียพังทลายลง ล่าสุดตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงหนักในวันนี้ (8 มิ.ย.) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเทขายพันธบัตรรัฐบาลอย่างรุนแรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ผู้กำหนดนโยบายต้องเผชิญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งสั่นคลอนจากการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ความสับสนเกี่ยวกับกฎระเบียบการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ใหม่ผ่าน “ดานันตารา” และการตรวจสอบสถานะเครดิตอีกครั้งจากบริษัทประเมินอันดับเครดิตระดับโลก
Key facts
- นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2024 ปราโบโวได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อปีเป็น 8% เปิดตัวโครงการอาหารกลางวันฟรีทั่วประเทศและนมฟรีทั่วประเทศเน้นหนักไปที่สวัสดิการและการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
- จอร์จ บูบูราส หัวหน้าฝ่ายวิจัยของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ K2 Asset Management ซึ่งดูแลเงินทุนประมาณ 4.3 พันล้านดอลลาร์ กล่าวว่า การซื้อขายครั้งใหญ่ในเอเชีย “คือการขายอินโดนีเซีย”
- นักลงทุนทั่วโลกกำลังสูญเสียความเชื่อมั่นในนโยบายประชานิยมและการแทรกแซงกลไกตลาดของนายปราโบโวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนักลงทุนพากันถอนเงินสุทธิ 3.6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 118,000 ล้านบาท) ออกจากหุ้นอินโดนีเซียในปีนี้ ซึ่งเกินกว่าการไหลออกของหุ้นในปี
- เงินทุนและการดำเนินงาน ได้รับงบประมาณตั้งต้น 2 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐจากการจัดสรรงบฯ ประจำปีของส่วนราชการ เพื่อลงทุนใน 20 โครงการยุทธศาสตร์ เช่น ทรัพยากรแร่ การผลิตอาหาร และพลังงานหมุนเวียน
- อินโดนีเซีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียนและอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติเผชิญพายุเศรษฐกิจลูกใหญ่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของประเทศพุ่งขึ้น 33 จุดพื้นฐานสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ดัชนีหุ้นหลักดิ่งลง 4%
- อธิบายความหมายของกองทุนดานันตารา ซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2025 โดยประธานาธิบดีปราโบโว อาจารย์ระบุว่า ชื่อเต็มของกองทุนคือ Daya Anagata Nusantara มาจาก Daya แปลว่าพลัง Anagata แปลว่าอนาคต และ Nusantara
Summary
นักลงทุนเรียกร้องเพิ่มขึ้นให้ลงมือทำจริงมากกว่าแค่การให้คำมั่นสัญญา และระบุมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นเพื่อหยุดยั้งการเทขาย โดยนักลงทุนต่างมองหาสัญญาณที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับวินัยทางนโยบายการคลังและการสนับสนุนจากตลาด ซึ่งโมฮิต มิรปุรี หุ้นส่วนของ SGMC Capital Pte ในสิงคโปร์กล่าวว่า ตลาดกำลังมองหาสัญญาณที่ชัดเจนของวินัยทางการคลัง ความสอดคล้องของนโยบาย และความมุ่งมั่นอย่างแข็งแกร่งต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค ทำให้สองสัปดาห์ข้างหน้ามีความสำคัญอย่างยิ่ง
อินโดนีเซีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียนและอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติเผชิญพายุเศรษฐกิจลูกใหญ่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของประเทศพุ่งขึ้น 33 จุดพื้นฐานสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ดัชนีหุ้นหลักดิ่งลง 4% ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงมากถึง 0.8% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
นักวิเคราะห์ SGMC Capital Pte กล่าวอีกว่า แม้ว่ากระทรวงการคลังและธนาคารกลางจะเปิดเผยมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนผลตอบแทนพันธบัตรและดึงดูดเงินทุนไหลเข้าก็ตาม แต่ความเชื่อมั่นน่าอยู่ในช่วงขาลงก่อนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอินโดนีเซีย และการทบทวนความน่าลงทุนของประเทศโดย MSCI ในเดือนนี้ อีกทั้งการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนคณะผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจกำลังเพิ่มความไม่สบายใจ