Anthropic · OpenAI · BeInCrypto Thailand
การลงทุนใน Anthropic ผลักดันกองทุนเฮดจ์ฟันด์ AI แด่ไทยไปถึง USD 20 พันล้านกับผลตอบแทน 270%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
อดีตนักวิจัย OpenAI วัย 24 ปี ได้เปลี่ยนบทความเศร้าหมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ให้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจซื้อขายที่ร้อนแรงที่สุดในวอลล์สตรีท Leopold Aschenbrenner ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟัน AI ชื่อ Situational Awareness ขณะนี้บริหารเงินอยู่ประมาณ 20 พันล้าน USD
Key facts
- กองทุนนี้มีผลตอบแทนราว 270% หลังหักค่าธรรมเนียมในปีนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม อ้างอิงจากตัวเลขที่รายงานโดย Wall Street Journal กล่าวง่าย ๆ คือ เงินที่ฝากไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมจะเกือบเพิ่มขึ้นสี่เท่าภายในฤดูใบไม้ผลิ
- เขาซื้อหุ้น Anthropic ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ตอนนั้นมีมูลค่าราว 60 พันล้าน USD แล้วในเดือนพฤษภาคม 2026 มูลค่ากระโดดเป็น 965 พันล้าน USD หลังจากระดมทุน รอบใหม่ การเดิมพันนี้คิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของกองทุนทั้งหมด
- อดีตนักวิจัย OpenAI วัย 24 ปี ได้เปลี่ยนบทความเศร้าหมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ให้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจซื้อขายที่ร้อนแรงที่สุดในวอลล์สตรีท Leopold Aschenbrenner ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟัน AI ชื่อ Situational Awareness
- จุดพลิกผันที่ฉลาดคือ ในขณะที่เขาเดิมพันกับพลังงาน เขายังเดิมพันพอร์ตตรงข้ามกับผู้ผลิตชิปยอดนิยม โดยเขาวางเดิมพันมากกว่า 1.5 พันล้าน USD ว่าราคาหุ้น Nvidia จะลดลง และเดิมพันมากกว่า 2 พันล้าน USD ว่าหุ้นชิปเซ็ตกลุ่มหนึ่งจะตก
- กองทุน AI Hedge Fund นี้ถืออะไรอยู่บ้างจริง ๆ
- เขาอธิบายแนวคิดนี้ไว้ในบทความขนาด 165 หน้า ในปี 2024 และมันกลายเป็นกระแสไวรัล ด้วยเหตุนี้ บางบริษัทขายพลั่วที่เขาชื่นชอบ เช่น เหมือง Bitcoin ที่โฮสต์ AI แทนการขุด coin
Summary
สำหรับตอนนี้ การเดิมพันนี้ยังสร้างผลตอบแทน และสิ่งสำคัญคือการจับตาดูว่า มูลค่าส่วนตัวของ Anthropic ที่พุ่งสูงขึ้น จะยืนระยะได้หรือไม่ เดือนถัดไปจะเป็นตัวชี้วัดว่าครั้งนี้ใครจะเหนือกว่า ระหว่างคนขายพลั่วหรือคนล่าทอง
การถือครองหุ้นรายใหญ่สุดของเขาคือ Bloom Energy บริษัทที่ผลิตเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าในสถานที่โดยตรง และยังถือหุ้น CoreWeave ซึ่งให้เช่าเทคโนโลยีประมวลผล AI รวมถึง ศูนย์ข้อมูลเหมืองเดิมหลายแห่ง ที่ถูกเปลี่ยนมาให้บริการรัน AI แทน
กองทุนนี้มีผลตอบแทนราว 270% หลังหักค่าธรรมเนียมในปีนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม อ้างอิงจากตัวเลขที่รายงานโดย Wall Street Journal กล่าวง่าย ๆ คือ เงินที่ฝากไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมจะเกือบเพิ่มขึ้นสี่เท่าภายในฤดูใบไม้ผลิ