Naewna
ถอยหนึ่งก้าวไม่ใช่พ่ายแพ้! 'เชษฐา' ยกเคสแก้เกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ สะท้อนภาวะผู้นำยุคใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มองว่า การที่รัฐบาลตัดสินใจทบทวนหลักเกณฑ์การตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษี ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการบริหารประเทศในยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และสะท้อนภาวะผู้นำที่พร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม
Key facts
- ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชัง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนแนวคิดเรื่อง Empathy หรือความเข้าอกเข้าใจประชาชน ซึ่งกำลังเป็นคุณลักษณะสำคัญของผู้นำในศตวรรษที่ 21 โดยการกำหนดนโยบายสาธารณะที่ดีไม่สามารถอาศัยเพียงข้อมูลเชิงสถิติ หลักวิชาการ
- จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีบทบาทต่อกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะมากขึ้น
Summary
ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า ในทางการเมืองมักมีความเข้าใจว่าการยืนหยัดในจุดยืนเดิมคือความเข้มแข็ง ขณะที่การปรับเปลี่ยนท่าทีถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอ แต่ในความเป็นจริง ภาวะผู้นำสมัยใหม่กลับให้ความสำคัญกับความสามารถในการรับฟัง ปรับตัว และเรียนรู้จากเสียงสะท้อนของสังคมมากกว่า
สำหรับกรณีดังกล่าว เดิมรัฐบาลมีเหตุผลในการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการแห่งรัฐ และบริหารงบประมาณให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง แต่เมื่อมีการเผยแพร่รายละเอียดต่อสาธารณะ ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยประชาชนจำนวนมากเห็นว่าเกณฑ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยที่บุตรจำนวนไม่น้อยยังคงช่วยเหลือดูแลบิดามารดา
นักรัฐศาสตร์รายนี้อธิบายว่า ในทางวิชาการมีแนวคิดเรื่อง Resilience หรือความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัวจากแรงกดดัน ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของการบริหารภาครัฐยุคใหม่ การบริหารประเทศไม่ใช่การเดินหน้าตามแผนเดิมโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่คือการพร้อมปรับเปลี่ยนแนวทางเมื่อพบว่านโยบายอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้