Thansettakij
“ศิริกัญญา”ยื่นสอบรัฐบาลนำเงินกู้ 1.88 หมื่นล้าน อุ้มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ศิริกัญญา” ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบส่งศาลปกครอง ตีความรัฐบาลใช้เงินกู้วิกฤติพลังงาน 1.88 หมื่นล้านอุ้มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้อาจขัดกฎหมาย-ผิดวินัยการคลัง
Key facts
- วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้เป็นการตรวจสอบเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐวงเงิน 18,800 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
- น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบและส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของโครงการภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท
- วงเงิน 18,800 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลนำเงินกู้มาใช้สนับสนุน โดยเห็นว่า อาจเข้าข่ายขัดต่อวัตถุประสงค์ของกฎหมายและหลักวินัยการเงินการคลังของรัฐ
- รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า เงินจำนวน 18,800 ล้านบาทดังกล่าวเป็นงบประมาณสำหรับสวัสดิการเดิมที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีสิทธิได้รับอยู่แล้วตามนโยบายปกติของรัฐ จึงควรเป็นภาระที่ต้องใช้งบประมาณรายจ่ายประจำตามกระบวนการงบประมาณปกติ
- เราไม่ได้ต้องการให้หยุดจ่ายเงินให้ประชาชน แต่ต้องการให้รัฐบาลเปลี่ยนแหล่งเงินให้ถูกต้องตามกฎหมาย และทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่อนุมัติให้ใช้เงินกู้ในส่วนนี้”
Summary
ยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการให้ระงับสิทธิ์ผู้ถือบัตร แต่ต้องการให้รัฐบาลเปลี่ยนไปใช้แหล่งเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น งบประมาณปกติ หรือ งบกลาง
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบและส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของโครงการภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยผ่าน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” วงเงิน 18,800 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลนำเงินกู้มาใช้สนับสนุน โดยเห็นว่า อาจเข้าข่ายขัดต่อวัตถุประสงค์ของกฎหมายและหลักวินัยการเงินการคลังของรัฐ
นอกจากนี้ ยังอ้างถึงมาตรา 53 และมาตรา 54 ของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดให้การใช้เงินกู้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุมัติไว้โดยเคร่งครัด หากมีการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจเข้าข่ายขัดต่อหลักวินัยการคลัง