Thairath
“วิโรจน์-เฉลิมพงศ์” ร้อง ป.ป.ช.-กกต. สอบแชตไลน์อธิบดีปกครอง “ช่วยน้ำเงินด้วย”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
พรรคประชาชน นำโดย “วิโรจน์-เฉลิมพงศ์” ยื่นหนังสือร้อง ป.ป.ช.-กกต. สอบแชตไลน์อธิบดีปกครอง กรณี “ช่วยน้ำเงินด้วย” ส่อใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ ทวง “นายกฯ อนุทิน” ทำไมยังไม่ตั้งกรรมการสอบ
Key facts
- ยื่นหนังสือร้อง ป.ป.ช.-กกต. สอบแชตไลน์อธิบดีปกครอง กรณี “ช่วยน้ำเงินด้วย”
- ในช่วงท้าย นายเฉลิมพงศ์ ยังระบุด้วยว่า เชื่อว่าถ้าเราเปิดแชตไลน์ของจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ก็คงทราบว่ามีการสั่งการจริงหรือไม่ และแชตไลน์ที่มีการพูดคุยกันนั้นเป็นของจริงหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ ตรวจสอบไอดีไลน์ได้
- นายวิโรจน์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีนัยสำคัญอย่างแน่นอน สามารถพิสูจน์ได้ผ่านระบบดิจิทัลว่ามีการพิมพ์ข้อความจริงหรือไม่ เท่าที่ตนได้ติดตามการชี้แจงของอธิบดีกรมการปกครอง มักจะชี้แจงถึงประเด็นเล็กน้อยแต่ไม่ใช่สาระสำคัญ
- จริงหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องตีความเลยว่า คำว่าช่วยน้ำเงินด้วยในช่วงการเลือกตั้งนั้น หมายถึงช่วยพรรคการเมืองใด ซึ่งผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
Summary
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีนัยสำคัญอย่างแน่นอน สามารถพิสูจน์ได้ผ่านระบบดิจิทัลว่ามีการพิมพ์ข้อความจริงหรือไม่ เท่าที่ตนได้ติดตามการชี้แจงของอธิบดีกรมการปกครอง มักจะชี้แจงถึงประเด็นเล็กน้อยแต่ไม่ใช่สาระสำคัญ โดยสาระสำคัญคืออธิบดีได้มีการพิมพ์คุยกับข้าราชการในบังคับบัญชาจริงหรือไม่ และปรากฏว่ามีการพิมพ์ข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” จริงหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องตีความเลยว่า คำว่าช่วยน้ำเงินด้วยในช่วงการเลือกตั้งนั้น หมายถึงช่วยพรรคการเมืองใด ซึ่งผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
ทางด้าน นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ในช่วงการเลือกตั้ง ตนก็รู้สึกถึงระบอบสีน้ำเงินในการสั่งการต่างๆ ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีข้อสงสัยว่ามีการนำเงินไปซื้อเสียงในพื้นที่ รวมไปถึงอธิบดีที่มีการสั่งให้ช่วยน้ำเงินด้วย ถึงปลัดจังหวัดภูเก็ต และยังมีถึงปลัดป้องกันอำเภอถลาง ที่มีการบอกให้ช่วยผู้สมัคร สส.จากพรรคภูมิใจไทย สำหรับตนกรณีดังกล่าวแสดงถึงการสั่งการที่เป็นขั้นตอนและเป็นระบบที่สีน้ำเงินทำในช่วงการเลือกตั้ง วันนี้จึงจะมาร้องเรื่องการไม่เป็นกลางทางการเมืองของข้าราชการ
นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวยังชี้ให้เห็นชัดว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นมีความไม่โปร่งใส มีการทำงานเป็นขั้นตอน รวมถึงหน่วยงานข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ตเองที่มีข้อครหาว่ามีการนำเงินไปซื้อเสียงให้กับนักการเมืองในพื้นที่ รวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน หากข้าราชการท่านใดไม่ทำงานตามที่สั่ง ก็จะถูกกลั่นแกล้งและโยกย้ายอย่างที่ปรากฏชัด หากทำงานไม่ตอบสนอง ก็จะมีการจัดฉากในเรื่องของการย้ายนายอำเภอเมืองที่ทำงานไม่สำเร็จ แพ้การเลือกตั้ง