Krungthep Turakij
‘ประกันสังคม’เร่งสอบรพ.จ่าย ‘ยาต้านไวรัสเอชไอวี’น้อย ยัน 'ยาไม่ขาดแคลน'
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำนักงานประกันสังคม เร่งตรวจสอบปมผู้ประกันตนได้รับ "ยาต้านไวรัสเอชไอวี"น้อยกว่าที่แพทย์สั่ง มั่นใจยาไม่ได้ขาดจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง แพทย์ผชช.ย้ำผู้ติดเชื้อที่เกิดปัญหาอย่านิ่งเฉย
Key facts
- ล่าสุด วันที่ 8 มิ.ย. 2569 นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และโฆษกสำนักงานประกันสังคม ให้สัมภาษณ์ว่า ขอไปดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียดก่อนว่า มีปัญหาตรงจุดไหน อย่างไรหรือไม่ ซึ่งในส่วนของการจัดหา ยาต้านไวรัส HIV
- นางนิยดา ย้ำว่า ผู้ประกันตน รายใดที่มีปัญหาเรื่องของยาต้านไวรัส HIV สามารถประสาน เข้ามา ได้ที่ สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์กลุ่มงานยา 029562500 ซึ่งตอนนี้จะจัดหายาให้กับผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบ
- พญ.นิตยา กล่าวอีกว่า ในช่วงโควิด-19 เคยมีปัญหาว่าวัตถุดิบมาถึงช้าทำให้มีปัญหาการผลิต ทำให้ต้องกระจายยาหรือแบ่งยาให้กับผู้ติดเชื้อ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ มีการคาดการณ์ว่าอาจจะเป็นปัญหาบริหารจัดการภายในโรงพยาบาลแห่งนั้นเองหรือไม่
- บางคนยอมที่จะไม่ร้องเรียนแล้วไปรับยาทุกๆ 3 วัน 7 วัน จริงๆแล้วอยากจะให้ร้องเรียน หรือจะร้องเรียนหรือแจ้งเหตุมาที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อ HIVแห่งประเทศไทยก็ได้ เพื่อให้เกิดพลังในการแก้ไขปัญหา"
Summary
จากกรณีมี ผู้ประกันตน ออกมา เปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว ระบุว่าตนเป็น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ( HIV ) และได้รับ ยาต้านไวรัสเอชไอวี มาเป็นเวลานานจนสามารถกดเชื้อให้ต่ำลงได้ แต่ล่าสุดเมื่อไปรับยาต้านไวรัสที่โรงพยาบาลเอกชนซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม ระยะหลังได้ยาไม่ครบ บางครั้งได้แค่ 7 เม็ด ทั้งที่แพทย์สั่ง 90 เม็ด สำหรับ 3 เดือน ทำให้ต้องเดินทางไปรับยาที่รพ.หลายครั้ง
“ที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร สามารถดำเนินการจัดส่งยาได้ตามปกติ แม้กแต่ในช่วงแรกที่มีการสู้รบในตะวันออกกลาง ทางองค์การเภสัชกรรมก็ไม่ได้มีปัญหาใน การจัดส่งยาให้เราเลย ดังนั้นในเรื่องนี้จึงขอไปตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรปัญหาเกิดจากตรงไหน”นางนิยดากล่าว
พญ.นิตยา กล่าวอีกว่า ในช่วงโควิด-19 เคยมีปัญหาว่าวัตถุดิบมาถึงช้าทำให้มีปัญหาการผลิต ทำให้ต้องกระจายยาหรือแบ่งยาให้กับผู้ติดเชื้อ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ มีการคาดการณ์ว่าอาจจะเป็นปัญหาบริหารจัดการภายในโรงพยาบาลแห่งนั้นเองหรือไม่