The Standard
ร้านอาหารเล็กเริ่มไม่ไหว! ยอดขายหาย 50% สมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือจี้นายกฯ เปิดทางให้ร่วม ‘ไทยช่วยไทย พลัส’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
สมาคมภัตตาคารไทย ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ขอพิจารณาขยายสิทธิการเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ให้ครอบคลุมผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กที่มีรายได้ 2-5 ล้านบาทต่อปี หลังได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการจำนวนมากที่กำลังเผชิญภาวะรายได้ลดลง แต่ต้นทุนดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Key facts
- สมาคมภัตตาคารไทย ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ขอพิจารณาขยายสิทธิการเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ให้ครอบคลุมผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กที่มีรายได้ 2-5 ล้านบาทต่อปี หลังได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการจำนวนมากที่กำลังเผชิญภาวะรายได้ลดลง
- สมาคมภัตตาคารไทยระบุว่า แม้รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาค่าครองชีพประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ
- กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารที่มียอดขายเฉลี่ยวันละ 1-3 หมื่นบาท หรือมีรายได้ราว 2-5 ล้านบาทต่อปี ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและประกันสังคม รวมถึงมีการจ้างงานพนักงานตั้งแต่ 5-20
- สมาคมภัตตาคารไทยระบุเพิ่มเติมว่า ธุรกิจร้านอาหารมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 7 แสนล้านบาทต่อปี ประกอบด้วยร้านอาหารขนาดเล็กหลายแสนราย และก่อให้เกิดการจ้างงานหลายล้านตำแหน่ง
- สมาคมภัตตาคารไทยจึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาขยายสิทธิ หรือกำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีรายได้ 2-5 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์กำหนดให้ผู้มีสิทธิต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.8
Summary
สมาคมภัตตาคารไทยระบุว่า แม้รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาค่าครองชีพประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นมาตรการที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเสริมกำลังซื้อภายในประเทศ แต่ในทางปฏิบัติยังมีผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิของโครงการได้
กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารที่มียอดขายเฉลี่ยวันละ 1-3 หมื่นบาท หรือมีรายได้ราว 2-5 ล้านบาทต่อปี ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและประกันสังคม รวมถึงมีการจ้างงานพนักงานตั้งแต่ 5-20 คนต่อร้าน
นอกจากนี้ ยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ ที่สูงขึ้น ทั้งค่าแรงและปัญหาการขาดแคลนแรงงานไทย ค่าพลังงานและสาธารณูปโภค ค่าเช่าสถานประกอบการ ตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี