Matichon
ส่องเกมแก้จน ‘ครม.อนุทิน’ รื้อระบบสวัสดิการใหม่ ‘ไฟลุก’ เดิมพันฝ่าจีดีพีต่ำเตี้ย 6 ปีซ้อน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นับตั้งแต่เกิดการระบาดโควิด-19 เมื่อปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมากว่า 6 ปีแล้ว แต่ประเทศไทย ยังคงไม่สามารถก้าวข้ามผ่านผลกระทบจากเชื้อไวรัสอันตรายนั้นได้จริงๆ เลย แม้จะมีการเลือกตั้งระดับชาติถึง 2 ครั้ง และได้นายกรัฐมนตรีใหม่ เริ่มตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นผู้รับมือกับโรคระบาดใหม่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน ช่วงที่โควิดเริ่มคลายตัวลงแล้ว จากนั้นจึงเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และตามมาด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
Key facts
- ข้อกล่าวหาไม่ได้ถูกตั้งขึ้นอย่างเลื่อนลอย แต่สะท้อนจากภาวะเศรษฐกิจที่มองย้อนกลับไปในปีก่อนเกิดโควิด-19 เมื่อปี 2562 ข้อมูลจากเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ว่าจีดีพีไทยเติบโต 2.1% พอเกิดโควิดปี 2563 จีดีพีติดลบรุนแรงถึง6.1%
- จะเห็นว่าจีดีพีไทยชะลอตัวลงสลับกับปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะปี 2569 ที่ สศช.คาดจะโตช่วง 1.5-2.5% เป็นตัวเลขใกล้เคียงกับ ธปท.และศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าจีดีพีไทยจะโตประมาณ 1.6% ภายใต้กรอบสงครามระหว่างสหรัฐ
- นายแสงชัยกล่าวว่า ส่วนประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผู้ที่มีบุตรและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบุตร 30,000 บาท อาจถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขพิจารณาสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เห็นว่าเป็นแนวทางที่มีเหตุผล
- ตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบทำให้ราคาพลังงานในประเทศปรับสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้มีเสียงค้านว่า เหตุใดจึงปรับขึ้นทั้งที่สต๊อกคงค้างมีอยู่เป็น 100 วัน รวมถึงการหาน้ำมันเติมหน้าปั๊มน้ำมันที่มีไม่เพียงพอ ไม่สามารถหาเติมได้
Summary
ข้อกล่าวหาไม่ได้ถูกตั้งขึ้นอย่างเลื่อนลอย แต่สะท้อนจากภาวะเศรษฐกิจที่มองย้อนกลับไปในปีก่อนเกิดโควิด-19 เมื่อปี 2562 ข้อมูลจากเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ว่าจีดีพีไทยเติบโต 2.1% พอเกิดโควิดปี 2563 จีดีพีติดลบรุนแรงถึง6.1% ก่อนฟื้นตัวขึ้นมาที่ 1.6% ในปี 2564 และฟื้นตัวได้ต่อในปี 2565 โตที่ 2.5% จากนั้นชะลอตัวลดลงเหลือโตเพียง 1.9% ในปี 2566 สลับมาดูข้อมูลอ้างอิงจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อไม่ให้ผูกติดกับข้อมูลเพียงด้านเดียว
จะเห็นว่าจีดีพีไทยชะลอตัวลงสลับกับปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะปี 2569 ที่ สศช.คาดจะโตช่วง 1.5-2.5% เป็นตัวเลขใกล้เคียงกับ ธปท.และศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าจีดีพีไทยจะโตประมาณ 1.6% ภายใต้กรอบสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านต้องจบลงในครึ่งแรกปี 2569 หรือจบลงภายในเดือนมิถุนายนนี้ แต่จากภาพข่าวที่ออกมา แนวโน้มดูแล้วไม่สามารถมองเห็นจุดจบร่วมที่ดีต่อทุกฝ่ายได้เลย แม้แต่ประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานนำเข้าสูงขึ้น
ตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบทำให้ราคาพลังงานในประเทศปรับสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้มีเสียงค้านว่า เหตุใดจึงปรับขึ้นทั้งที่สต๊อกคงค้างมีอยู่เป็น 100 วัน รวมถึงการหาน้ำมันเติมหน้าปั๊มน้ำมันที่มีไม่เพียงพอ ไม่สามารถหาเติมได้ แต่เมื่อรัฐบาลปล่อยให้ราคาปรับขึ้นจากการตรึงไว้ที่เท่าเดิมแล้ว กลับสามารถหาน้ำมันเติมได้อย่างง่ายดายกว่าเดิม โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี “อนุทิน”