Matichon
‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’กางวิชั่น ลุยภารกิจเกมการค้าโลก ชูบริหารผ่านคลัสเตอร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หมายเหตุ – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์พิเศษมติชน ถึงทิศทางการทำงานในช่วง 6 เดือนข้างหน้าหลังเข้ามาขับเคลื่อนภารกิจด้านเศรษฐกิจในหลายมิติ
Key facts
- หมายเหตุ – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์พิเศษมติชน ถึงทิศทางการทำงานในช่วง 6 เดือนข้างหน้าหลังเข้ามาขับเคลื่อนภารกิจด้านเศรษฐกิจในหลายมิติ
- พูดเสมอว่า สำหรับการค้า Currency สำคัญที่สุดคือ Trust Currency คือสกุลเงินของความไว้วางใจ ประเทศไทย Offer Trust Currency ให้คู่ค้าได้ ถึงจะว่ากันเองว่าประเทศเราแย่ แต่มองตัวเลข ปีที่ผ่านมาเงินลงทุนที่เข้ามาขอบีโอไอประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท
- เศรษฐกิจบ้านเราเป็นเค้กที่โตไม่เท่ากัน คนรวยก็รวยมาก บริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์โตเป็น 10% ก็แยะ แต่คนตัวกลาง ตัวเล็ก ไมโครเอสเอ็มอี รายย่อย เกษตรกร บางส่วนยังติดลบ แม้จีดีพีบวก 2.8% ไม่ได้แปลว่าทุกคนดีขึ้น แต่จีดีพีที่โตก็ดีกว่าไม่โต
- เดือนเมษายนเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่สินค้าเกษตรกลับมาบวก 17.9% ทุเรียนบวก 109.5% เงาะก็โต สินค้าอื่นก็โตด้วย เรารู้สึกดีใจ เพราะพยายามช่วยเกษตรกรมา 3-4 เดือน แต่ก็มีคนวิจารณ์ว่า เดือนมีนาคมยังไม่มีทุเรียน เดือนเมษายนมีทุเรียนก็ต้องโตสิ
- อีกมิติ คือ เรื่องผู้ประกอบการ ไทยมีผู้ประกอบการที่จดทะเบียนส่งออกประมาณ 30,000 ราย ในส่วนนี้เป็นรายเล็กกว่า 22,000 ราย ที่เหลือ 7,000 กว่าเป็นรายใหญ่ แต่แง่มูลค่าส่งออก รายใหญ่ครองสัดส่วนเกือบ 90% รายเล็กแค่ 12% ฉะนั้นต่อให้จีดีพีโต 2.8%
- เรื่องทุเรียนเป็นอีกตัวอย่างที่เราพยายามทำก่อนปัญหาเกิด ตั้งแต่ต้นปีเราเห็นข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรว่าผลผลิตทุเรียนปีนี้จะมากกว่าปีก่อนประมาณ 30% คาดว่าจะมีผลผลิตจำนวนมาก ถ้าคิดเฉลี่ยลูกละประมาณ 2 กิโลกรัม ก็เป็นพันกว่าล้านลูก
Summary
อย่างการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) เราอยากโปรโมตว่าเมืองไทยมีเรื่องการแพทย์ มีบริการด้านสุขภาพ ก็ต้องไปคุยกับกระทรวงสาธารณสุข ว่าเราจะทำอย่างไรให้มีแพคเกจทำให้คนเข้าใจว่ามาเมืองไทยแล้วได้อะไร เช่น บริการทางการแพทย์ บริการด้านสุขภาพ หรือแพคเกจเชื่อมกับการท่องเที่ยว ถ้าจะทำจริง ต้องมีการบูรณาการ ต้องเชิญคนที่เกี่ยวข้องมาอยู่ในโจทย์เดียวกัน เราต้องการเพิ่มมูลค่าไม่ใช่เพิ่มแค่จำนวนนักท่องเที่ยว ไทยมักวัดจากจำนวนคนเข้าประเทศ เช่น ปีนี้คาด 30 ล้านคน
ภาพใหญ่ เราใช้การทำงานแบบคลัสเตอร์และมีทีมไทยแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่องเที่ยว กีฬา บริการ หรือเรื่องอื่นๆ ตอนนี้หลายเรื่องแยกกันทำไม่ได้แล้ว อย่างท่องเที่ยว ไม่ได้พูดแค่เรื่องท่องเที่ยวหรือกีฬาอย่างเดียว บางเรื่องเกี่ยวกับเทคนิค การบริการ การบริหารงานของรัฐบาล ที่ต้องแบ่งบทบาทกันว่าใครดูอะไร บางเรื่องสำนักนายกฯหรือหน่วยงานกลาง ต้องเป็นคนดูแล ถ้ายกระดับภาคบริการ ต้องดูทั้งโครงสร้าง ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ไม่ใช่แค่พูดว่าต้องเพิ่มนักท่องเที่ยว
อีกเรื่องคือการค้าระหว่างประเทศ ตอนนี้โลกเปลี่ยนเยอะมาก มีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์เต็มไปหมด ทั้งอิสราเอล-อิหร่าน จีน-ไต้หวัน หรือความขัดแย้งอื่นๆ ในโลก การเจรจาการค้าก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ในอดีต เวลาเราคุยการค้า สมมุติไทยคุยกับประเทศหนึ่ง ก็ดูว่าสิทธิประโยชน์ที่เขาให้เรา กับสิทธิประโยชน์ที่เราให้เขา สมเหตุสมผลไหม ถ้าสมเหตุสมผลก็จบ เป็น FTA หรือข้อตกลงการค้ากันไป แต่วันนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว ถ้าไทยคุยกับประเทศหนึ่ง ประเทศอื่นก็ดูอยู่ด้วยว่า ข้อตกลงนี้จะกระทบเขาหรือไม่ เช่น