Prachachat
7 วัน ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เงินสะพัด 1.7 หมื่นล้าน ใช้สิทธิแล้วกว่า 23 ล้านราย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เปิดตัวเลข 7 วัน ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ มียอดใช้จ่ายสะสมกว่า 1.74 หมื่นล้านบาท ผู้ใช้สิทธิกว่า 23 ล้านราย รัฐบาลพร้อมเดินหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง ทั้งค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการแก้ปัญหาค่าไฟเชิงโครงสร้างในระยะยาว
Key facts
- พร้อมกันนี้ บิลค่าไฟในรอบเดือน มิ.ย. 2569 รัฐบาลจะเริ่มมาตรการค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ครอบคลุมประชาชนกว่า 20 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 90% ของครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้า
- เปิดตัวเลข 7 วัน ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ มียอดใช้จ่ายสะสมกว่า 1.74 หมื่นล้านบาท ผู้ใช้สิทธิกว่า 23 ล้านราย รัฐบาลพร้อมเดินหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง ทั้งค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการแก้ปัญหาค่าไฟเชิงโครงสร้างในระยะยาว
- ขณะเดียวกัน มีประชาชนใช้จ่ายผ่านโครงการสำเร็จแล้ว 23,043,144 ราย ส่วนร้านค้าที่มียอดใช้จ่ายเกิดขึ้นจริงภายใต้โครงการมีจำนวน 940,267 ร้านค้า ขณะเดียวกันมีผู้ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาท จำนวน 508,267 ราย
- มติชน รายงานว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าข้อมูลการใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”
Summary
ทั้งนี้ 7 วันแรกของโครงการฯ มีความคึกคักอย่างมาก ยอดใช้จ่ายทะลุ 16,829.82 ล้านบาท (ณ เวลา 17.00 น.) และที่ใช้สิทธิครบ 1,000 บาทแล้วกว่า สามแสนราย คาดว่าจะมีกำลังซื้อตลอดโครงการ ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมาตรการระยะสั้น แต่เป็นการดูแลประชาชนฐานราก คนตัวเล็ก ผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการรายย่อย ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน ต้นทุนพลังงานสูง และกำลังซื้อยังเปราะบาง
น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยังเดินมาตรการเศรษฐกิจอื่นควบคู่ ทั้งการเร่งลงทุน ดึงดูดการลงทุนใหม่ อำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ และรักษาวินัยการเงินการคลัง เพราะการดูแลประชาชนต้องทำอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่ใช้จ่ายโดยไม่มองฐานะการคลังของประเทศ ด้วยเป้าหมายคือประคองคนตัวเล็กไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ลดต้นทุนชีวิตในเวลาจำเป็น และเดินหน้าแก้โครงสร้างเศรษฐกิจให้มีแรงส่งระยะยาว