BBC Thai
สหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดาจะสงวนจุดยืนที่แตกต่าง ขณะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกร่วมกันได้หรือไม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ลองนึกภาพเหมือนงานเลี้ยงอาหารค่ำที่เจ้าภาพกำลังทะเลาะกันอย่างตึงเครียดตอนที่คุณมาถึง
Key facts
- แฟนฟุตบอลที่เดินทางไปยังทวีปอเมริกาเหนือเพื่อชมฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นในลักษณะเจ้าภาพร่วมเป็นครั้งแรกของทวีปนี้ จะพบว่า 3 ประเทศเจ้าภาพต่างต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ตึงเครียด
- ทั้ง 3 ประเทศตั้งเป้าหมายไว้ไกลกว่าการแข่งขันนี้
- ลองนึกภาพเหมือนงานเลี้ยงอาหารค่ำที่เจ้าภาพกำลังทะเลาะกันอย่างตึงเครียดตอนที่คุณมาถึง
- ความตึงเครียดเรื่องการค้า การท่องเที่ยว และทรัมป์
- ฟุตบอลโลกไม่เคยถูกจัดขึ้นโดยมีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศมาก่อน และเมื่อการแข่งขันในปี 2026 ที่ครอบคลุมทั้งทวีป ทำให้มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
- คราสนอฟบอกว่า แม้ฟุตบอลโลกหญิงปี 2023 ที่นิวซีแลนด์และออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ถือได้ว่าเป็นผลลัพธ์เชิงบวกในภาพรวม แต่การแข่งขันฟุตบอลโลกชายที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมในปี 2002 กลับให้ "ผลลัพธ์ที่ผสมผสาน"
Summary
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ แสดงจุดยืนอย่างเปิดเผยว่า สหรัฐฯ คือมหาอำนาจหลักของทวีปนี้ นั่นหมายความว่าความตึงเครียดที่มีอยู่จริงระหว่างทั้ง 3 ชาติในประเด็นต่างๆ เช่น การค้า การอพยพ และการค้ายาเสพติด ซึ่งคุกรุ่นมาตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย อาจกลับมาปรากฏอีกครั้ง
การแข่งขันที่จะจัดขึ้นใน 16 เมือง ของ 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เกิดขึ้นหลังความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานระหว่างประเทศเจ้าภาพร่วม
ประเด็นปัญหาพื้นฐานเหล่านี้ดูเหมือนห่างไกล เมื่อผู้นำของประเทศเหล่านี้พบกันในการจับสลากที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา และโพสต์ภาพเซลฟีกับจานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า แต่การร่วมมือกันจัดการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบระยะเวลา 39 วัน น่าจะเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง