Matichon
ปชน. กาง 4 ข้อสงสัย ป.ป.ช.บกพร่อง-วินิจฉัยผิดพลาด หลังยกคำร้องสอบ ศักดิ์สยาม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงรายละเอียดกรณีพรรคฝ่ายค้านและ ส.ว. ยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีการยกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
Key facts
- นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ตนเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยามในคดีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นในปี 2565 ที่ผ่านมา โดยขณะนั้นตนได้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับนายศักดิ์สยามอย่างไรบ้าง แม้จะมีการขายหุ้นออกไปในช่วงปี 2561
- นายปกรณ์วุฒิกล่าวต่อว่า เมื่อ ป.ป.ช.มีมติยกคำร้อง ตนมี 3 ข้อสงสัยที่ตนพบว่าเป็นพฤติการณ์ที่น่าสงสัยของ ป.ป.ช. ได้แก่ 1.นอกจากการยุติเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ แต่เอกสารการแถลงของ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 23
- นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า เมื่อเราเข้าไปตรวจสอบพบว่า การตรวจบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมายของ ป.ป.ช. นั้นจะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือการตรวจสอบแบบปกติ การตรวจสอบแบบยืนยัน และการตรวจสอบตรวจสอบเชิงลึก ซึ่ง ระเบียบระบุไว้ชัดว่า
- นายปกรณ์วุฒิกล่าวด้วยว่า 2.ในเอกสารชี้แจงของ ป.ป.ช.ได้กล่าวถึงความผิดในลักษณะการขัดกันแห่งผลประโยชน์ โดยให้เหตุผลแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.ป.ป.ช.บอกว่าการที่ นาย ศ. เป็นผู้ครอบครองหุ้นและดูแลบริหารกิจการ หจก.ดังกล่าว
Summary
นายปกรณ์วุฒิกล่าวอีกว่า หากตีความตามกฎหมายข้อนี้คือแค่ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่เข้าเข้ารับคู่สัญญารัฐในหน่วยงานที่กำกับดูแลเกินที่กำหนดหรือเกิน 5% ก็ผิดแล้ว แต่ประเด็นคือ ป.ป.ช.ไปวินิจฉัยกรณีที่นายศักดิ์สยามไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับห้างได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับข้อกฎหมาย ไม่สำคัญเลยว่านายศักดิ์สยามได้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือเข้าไปสั่งการห้างหุ้นส่วนหรือไม่ เพราะตามกฎหมายดังกล่าวแค่ถือหุ้นก็ผิดแล้ว 2.ป.ป.ช.ระบุว่าไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม
นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ตนเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยามในคดีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นในปี 2565 ที่ผ่านมา โดยขณะนั้นตนได้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับนายศักดิ์สยามอย่างไรบ้าง แม้จะมีการขายหุ้นออกไปในช่วงปี 2561 แต่ก็ยังพบข้อพิรุธหลายอย่างอยู่ เช่น มีการบริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทย การประกวดชนะโครงการจัดซื้อจัดสร้างกระทรวงคมนาคมในยุคที่นายศักดิ์สยามเป็นรัฐมนตรี มีการให้นาย ศ. ยืมเงินจำนวนมาก และเงินที่นาย ศ. นำมาซื้อหุ้นของ หจก.บุรีเจริญฯ
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า เมื่อเราเข้าไปตรวจสอบพบว่า การตรวจบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมายของ ป.ป.ช. นั้นจะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือการตรวจสอบแบบปกติ การตรวจสอบแบบยืนยัน และการตรวจสอบตรวจสอบเชิงลึก ซึ่ง ระเบียบระบุไว้ชัดว่า ป.ป.ช.จะตรวจสอบหากมีข้อสงสัยว่าอาจจะมีการซุกซ่อนหุ้น หรือมีการถือครองทรัพย์สินแทนกัน หากมีการนิยามเช่นนี้และนำมาใช้กับกรณีของนายศักดิ์สยาม ตนเชื่อว่าสังคมมองว่าในกรณีนี้ ป.ป.ช.ควรต้องตรวจสอบเชิงลึก