Naewna
เปิดเกม 3 กระดาน! ยุทธศาสตร์ ศุภจี รับมือศึกกุ้งไทย-มาเลเซีย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
7 มิถุนายน 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มันไม่ใช่แค่ “มาเลย์แบนกุ้งไทย” แต่เป็นข้อพิพาทมาตรการสุขอนามัยอาหาร หรือ SPS ที่อาจกลายเป็นข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศได้
Key facts
- ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
- ผลกระทบเชิงตัวเลขไม่ใหญ่มหาศาลระดับทั้งอุตสาหกรรม แต่หนักกับเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคใต้ เพราะไทยส่งกุ้งไปมาเลเซียเฉลี่ย 300–400 ตันต่อเดือน มูลค่าประมาณ 44 ล้านบาทต่อเดือน กระทรวงพาณิชย์จึงตั้งเป้าดูดซับผลผลิตอย่างน้อย 400 ตันต่อเดือน
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชัง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- ต่อเงื่อนไขนำเข้าที่ไทยเคยใช้กับสินค้าทะเลจากมาเลเซียก่อนหน้า อีกทั้งยังรายงานว่าทางการมาเลเซียอธิบายว่าเป็นหลัก “timbal balas”
Summary
“ศึกกุ้งไทย-มาเลเซีย ไม่ใช่แค่เรื่องกุ้งล้นตลาด แต่คือบททดสอบว่าไทยจะใช้กติกาการค้าโลกปกป้องเกษตรกรของตนได้เร็วและคมแค่ไหน” คุณศุภจีไม่ได้แก้ปัญหากุ้งไทยด้วยการชวนคนไทยกินกุ้งเท่านั้น แต่กำลังเล่นพร้อมกัน 3 กระดาน คือ พยุงราคาในประเทศ เปิดตลาดใหม่ต่างประเทศ และยกระดับข้อพิพาทเข้าสู่กติกา WTO-อาเซียน นี่คือการแก้ปัญหาเกษตรกรแบบเห็นทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน และเวทีโลก รับมือเป็น “สองสนามพร้อมกัน”
มาเลเซียเริ่มใช้มาตรการตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 โดยมี 2 เรื่องคู่กัน คือ 1) บังคับให้ปลากะพงไทยที่ส่งเข้าไปต้องมี Certificate of Analysis หรือ CoA และ 2) ระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ, กุ้งแชบ๊วย, กุ้งขาวแวนนาไม, กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน จนกว่าไทยจะตอบแบบสอบถามด้านมาตรฐานความปลอดภัยอาหารให้ครบถ้วน ฝั่งไทยอธิบายว่า จุดเริ่มต้นมาจากไทยตรวจเข้มปลากะพงขาวจากมาเลเซีย หลังพบสารเคมีและยาปฏิชีวนะตกค้าง จึงยกระดับการตรวจสอบมาตั้งแต่ปลายปี 2568
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชัง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์