Naewna
บุกค้นธุรกิจจีนห้วยขวาง ‘นอมินี’เพียบ ภัตตาคาร/ร้านช้อปปิ้ง ตม.ลั่นขุดรากถอนโคน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บุกค้นธุรกิจจีนห้วยขวาง ‘นอมินี’เพียบ ภัตตาคาร/ร้านช้อปปง ตม.ลั่นขุดรากถอนโคน
Key facts
- ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับ ตม.และกรมการจัดหางานตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงย่านห้วยขวาง พบ 4 บริษัทใช้ที่ตั้งเดียวกัน โดยบางรายมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการที่เข้าข่ายต้องสงสัย เร่งขยายผลตรวจสอบเชิงลึก พร้อมพบเบาะแสเพิ่มเติมทั้งร้านอาหาร
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชัง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- นายพูนพงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบเชิงลึกยังพบว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นบางรายมีความเชื่อมโยงกับบริษัทอีกแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2565 มีการเปลี่ยนชื่อกิจการมาแล้วถึง 5 ครั้ง และไม่ส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าติดต่อกัน 3 ปี ระหว่างปี
- โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความคืบหน้านี้สอดรับกับการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา
Summary
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขยายผลตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง หากพบการใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบเพียงผู้ดูแลซึ่งไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการได้ และไม่พบกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว จึงอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมส่วนร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งที่เคยปรากฏเป็นข่าวในประเด็นการรับชำระเงินเจ้าหน้าที่พบกรรมการบริษัทซึ่งเป็นชาวจีนและพนักงานต่างด้าว โดยชาวจีนรายดังกล่าวให้ข้อมูลว่าเป็นเจ้าของร้านและเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด พร้อมชักชวนคนไทยเข้ามาร่วมถือหุ้น
จากการตรวจสอบข้อมูลระบบรับชำระเงินย้อนหลัง 5 วัน พบว่าร้านมีรายได้เฉลี่ยประมาณวันละ 30,000 บาท และบัญชีรับโอนเงินเป็นชื่อกรรมการชาวจีน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงแจ้งให้ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป