Post Today
กมธ.ฟอกเงินฯ เรียก Webull แจงปม KYC สกัดช่องโหว่เงินมืด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กมธ.ฟอกเงิน สภาฯ เรียกผู้บริหาร Webull ชี้แจงมาตรการ KYC หลังพบเครือข่ายสแกมเมอร์ใช้แพลตฟอร์มเป็นทางผ่านเงินผิดกฎหมาย หวั่นกระทบความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย
Key facts
- นายชลเดช เขมะรัตนา ระบุว่า บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท และเป็นบริษัทในเครือของ Webull Corporation ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กของสหรัฐฯ จึงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแลระดับสากลอย่างเคร่งครัด
- การตรวจสอบครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ที่ขยายผลจากคดีหลอกลวงข้าราชการเกษียณในจังหวัดปทุมธานี สูญเงินกว่า 1.4 ล้านบาท ก่อนพบเครือข่ายผู้เสียหายมากกว่า 30
- ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ได้เชิญนายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการคัดกรองลูกค้า
- ผลการสืบสวนพบว่าขบวนการดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนที่ตรวจสอบเบื้องต้นได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน และอาจสร้างความเสียหายรวมสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อเดือน โดยกลุ่มผู้กระทำผิดได้พัฒนารูปแบบการฟอกเงินจากการใช้ "บัญชีม้า"
- ตรวจสอบย้อนหลังและพบบัญชีม้าประมาณ 40-50 บัญชี จากฐานลูกค้ามากกว่า 200,000 ราย หรือคิดเป็นไม่ถึง 0.03% ของลูกค้าทั้งหมด ซึ่งได้ดำเนินการปิดบัญชีและระงับการใช้งานแล้ว
- คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าตรวจสอบมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC/CDD) ของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด
Summary
คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าตรวจสอบมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC/CDD) ของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หลังได้รับข้อร้องเรียนว่าระบบของแพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์อาจถูกนำไปใช้เป็นช่องทางพักและเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงิน
แกะรอยเครือข่ายฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มลงทุน
คณะกรรมาธิการมองว่าประเด็นดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงข้อบกพร่องทางเทคนิคของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการลงทุนเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทยในภาพรวม หากบริษัทหลักทรัพย์กลายเป็นช่องโหว่ในระบบการเงินที่ถูกใช้โดยเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ