Thairath
อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ สั่งแบนวีซ่า "สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม" ก่อนลุยฟุตบอลโลก 2026
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สหรัฐฯ อนุมัติวีซ่านักเตะทีมชาติอิหร่านเข้าประเทศลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 แต่กลับสั่งปฏิเสธวีซ่าทีมสตาฟฟ์โค้ชและผู้บริหารระดับสูงเกือบยกชุด ด้านอิหร่านฉะเดือด "นำการเมืองมาแทรกแซงกีฬา” ร้องฟีฟ่าเร่งจัดการ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยสุดเข้มงวดหลังสหรัฐฯ หวั่นผู้ก่อการร้ายแฝงตัว
Key facts
- สหรัฐฯ อนุมัติวีซ่านักเตะทีมชาติอิหร่านเข้าประเทศลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 แต่กลับสั่งปฏิเสธวีซ่าทีมสตาฟฟ์โค้ชและผู้บริหารระดับสูงเกือบยกชุด ด้านอิหร่านฉะเดือด "นำการเมืองมาแทรกแซงกีฬา”
- ทางการสหรัฐฯ ยืนยันการอนุมัติวีซ่าให้แก่นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านและ "เจ้าหน้าที่สนับสนุนที่จำเป็น"
- ศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งมีสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ โดยอิหร่านสามารถคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบมาได้จากการเป็นแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025
- ปัจจุบันนักเตะอิหร่านได้ออกเดินทางจากค่ายฝึกซ้อมในตุรกีไปยังประเทศเม็กซิโก ซึ่งจะใช้เป็นฐานหลักตลอดการแข่งขัน โดยคาดว่าจะเดินทางถึงในช่วงเช้ามืดวันนี้ (7 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากต้องนั่งเครื่องบินยาวนานกว่า 20 ชั่วโมง
Summary
ทางการสหรัฐฯ ยืนยันการอนุมัติวีซ่าให้แก่นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านและ "เจ้าหน้าที่สนับสนุนที่จำเป็น" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนหน้าการแข่งขันนัดเปิดสนามของอิหร่านที่จะมีขึ้น ณ นครลอสแอนเจลิส ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตให้มีการ "อาศัยช่องโหว่ของระบบนี้เพื่อลักลอบส่งผู้ก่อการร้ายเข้ามายังสหรัฐฯ โดยการแอบอ้าง"
ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศตุรกี ได้ออกมาตอบโต้อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ "แทรกแซงการกีฬาด้วยอคติทางการเมือง" หลังจากเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้จัดการทีม และสตาฟฟ์โค้ช "จำนวนมาก" ถูกปฏิเสธวีซ่า
เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศเม็กซิโกเปิดเผยว่า ภายใต้เงื่อนไขวีซ่าที่สหรัฐฯ ออกให้ นักเตะทีมชาติอิหร่านจะต้องเดินทางเข้าและออกจากสหรัฐฯ ภายในวันเดียวกับที่มีโปรแกรมการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งทางสถานทูตอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ประณามข้อกำหนดนี้ว่าเป็นเพียง "ผักชีโรยหน้า" และชี้ว่า "นี่คือการยกระดับการเลือกปฏิบัติอย่างจงใจต่อทีมฟุตบอลทีมชาติอิหร่านขั้นสูงสุด" พร้อมทั้งเรียกร้องให้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เข้ามาแทรกแซงในกรณีนี้