← Back to KHAO

เรารักวิกฤติ (โดยเฉพาะถ้ามีเงินสด)

7 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เรารักวิกฤติ (โดยเฉพาะถ้ามีเงินสด)

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าผมคงมีความรู้สึกโศกเศร้าถ้าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจและตลาดหุ้นตกลงมาหนักซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากเดือดร้อนและยากจนลง ผมไม่ได้เชียร์ให้เกิดวิกฤติอย่างแน่นอน ผมอยากจะให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นดีและคนมีความสุข แต่ผมจะคิดอย่างไรมันก็ไม่ได้เปลี่ยนสถานการณ์ของโลกหรือประเทศไทย ถ้ามันจะเกิด มันก็ต้องเกิด และมันก็จะต้องเกิดแน่นอนในวันใดวันหนึ่งอีกไม่นาน เพราะฉะนั้น มาดูหรือมาคิดว่าโดยส่วนตัวเราจะเลี่ยงจากผลกระทบของมันได้แค่ไหน และที่สำคัญ

Key facts

Summary

จากประสบการณ์ของวอเร็น บัฟเฟตต์ คงต้องบอกว่า เขา “รักวิกฤติ” ในแง่ของการลงทุน เพราะความสำเร็จครั้งใหญ่ของเขาหลายครั้งมาจาก “วิกฤติ” ทั้งที่เกิดเฉพาะกับตัวหุ้นและวิกฤติตลาดหุ้นโดยรวม ที่ทำให้หุ้นบางตัวที่มีพื้นฐาน “ดีมาก” มีราคาตกลงมาหนักขนาดเหลือไม่ถึง 50% จากราคาปกติ ซึ่งเป็นโอกาสให้เขาเข้าไปซื้อหุ้นจำนวนมาก บางทีขนาด “ครึ่งพอร์ต” ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อวิกฤติผ่านไปแล้ว หุ้นก็ฟื้นอย่างโดดเด่น ทำให้เขาได้กำไรหรือได้ผลตอบแทนสุดยอด

วิกฤติตลาดหุ้นปี 1973-74 เป็นวิกฤติที่รุนแรงมาก อเมริกากำลัง “แพ้สงครามเวียตนาม” ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นวิกฤติอานิสงค์จากสงครามอาหรับ-อิสราเอล เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูงลิ่วเป็น 10% แต่เศรษฐกิจตกต่ำเป็น “Stagflation” คนรุ่นหนุ่มสาวหมดหวังในชีวิตทำตัวเป็น “ฮิบปี้” ที่ใช้ชีวิตแบบ “ไร้สาระ” ประท้วงรัฐบาล ทั้งหมดทำให้ตลาดหุ้นวิกฤติตกลงมา 40-50% คนต่างก็หนีจากตลาดหุ้น

แต่บัฟเฟตต์เห็นว่าโค๊กเป็นยี่ห้อน้ำดำที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกและแทบเป็น “สัญลักษณ์ของอเมริกัน” เป็นธุรกิจที่มีกำไรดีมากและมีโอกาสที่จะขยายไปทั่วโลกในอนาคตได้อย่างแน่นอน

Read full article at Krungthep Turakij →