Bangkok Today
“SACIT ร่วมวิทยาลัยเพาะช่าง” เปิดโครงการใหม่ “BROKEN to BECOMING” ถ่ายทอดองค์ความรู้งานรัก – เปลี่ยนรอยแตกหัก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ร่วมกับวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เดินหน้าสร้างพื้นที่การเรียนรู้ด้านหัตถศิลป์ร่วมสมัยผ่านโครงการ “ BROKEN to BECOMING : Master X Next Generation” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน “ยางรักไทย”
Key facts
- ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า SACIT มุ่งมั่นขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการผลักดันงานหัตถศิลป์ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
- เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่จะผลักดันให้ผู้คนมองความไม่สมบูรณ์ในมิติใหม่ที่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องปกปิด แต่คือร่องรอยของประสบการณ์ เวลา และการเติบโต เพราะรอยแตกร้าวไม่ใช่จุดจบของคุณค่า
- SACIT ยังคงมุ่งเน้นบทบาทนักปั้นหัตถศิลป์ไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนำเอานวัตกรรมสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย สำหรับโครงการดังกล่าว
- ที่ให้สีดำสนิท เงางาม และยึดเกาะพื้นผิวได้ดี จนได้รับการยอมรับว่าเป็นยางรักคุณภาพสูงที่ใช้ในงานช่างชั้นครู “รักอุบล”
Summary
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ร่วมกับวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เดินหน้าสร้างพื้นที่การเรียนรู้ด้านหัตถศิลป์ร่วมสมัยผ่านโครงการ “ BROKEN to BECOMING : Master X Next Generation” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน “ยางรักไทย”
ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า SACIT มุ่งมั่นขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการผลักดันงานหัตถศิลป์ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าภายใต้แนวคิด Sustainability through Craft รวมทั้งผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ ต่อยอด และสร้างเส้นทางสำหรับนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ด้านหัตถศิลป์ไทย ทั้งนี้ เพื่อสานเป้าหมายดังกล่าว
“SACIT ยังคงมุ่งเน้นบทบาทนักปั้นหัตถศิลป์ไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนำเอานวัตกรรมสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย สำหรับโครงการดังกล่าว SACIT ได้เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสให้แก่ครูช่าง ผู้เชี่ยวชาญ คณาจารย์ นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ร่วมกันผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมในอนาคต โดย SACIT