The Standard
เจ้าชายมาทีนได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศบรูไนคนใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไน ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบรูไนคนใหม่ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังสมเด็จพระราชาธิบดีฯ ทรงประกาศปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้นำรุ่นใหม่ ท่ามกลางความกังวลเรื่องพระพลานามัย หลังจากทรงเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและทรงปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะน้อยลงในปีนี้
Key facts
- เจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไน ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบรูไนคนใหม่ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังสมเด็จพระราชาธิบดีฯ ทรงประกาศปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้นำรุ่นใหม่
- นักวิเคราะห์มองว่า เจ้าชายมาทีนทรงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ ‘เจ้าชายอินสตาแกรม’ ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้านคน ทำให้เจ้าชายมาทีนทรงเป็นตัวแทน ‘ภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของราชวงศ์’ การก้าวขึ้นมารับตำแหน่งของเจ้าชายมาทีนในครั้งนี้
- เจ้าชายอับดุล มาทีน ทรงเป็นหนึ่งในพระราชโอรสที่มีพระชนมายุน้อยที่สุด (34 พรรษา) ในสมเด็จพระราชาธิบดีฯ แห่งบรูไน อีกทั้งยังอยู่ในลำดับที่ 5 ของการสืบทอดราชบัลลังก์ของบรูไน โดยพระองค์ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ
- การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้มีผู้หญิงเข้ารับตำแหน่งมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 3 ตำแหน่ง
Summary
เจ้าชายอับดุล มาทีน ทรงเป็นหนึ่งในพระราชโอรสที่มีพระชนมายุน้อยที่สุด (34 พรรษา) ในสมเด็จพระราชาธิบดีฯ แห่งบรูไน อีกทั้งยังอยู่ในลำดับที่ 5 ของการสืบทอดราชบัลลังก์ของบรูไน โดยพระองค์ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งและบทบาทสำคัญระดับสูงที่ก่อนหน้านี้สมเด็จพระราชาธิบดีฯ ทรงเคยดูแลด้วยพระองค์เอง
การแต่งตั้งในครั้งนี้พิจารณาจากความถนัดและการได้เรียนรู้งานบริหารของรัฐบาลบรูไนมาตั้งแต่ต้น โดยที่ผ่านมา เจ้าชายมาทีนมักจะตามเสด็จพระบิดาไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดทางการทูตที่สำคัญอยู่เสมอ
พระองค์ทรงเป็นนายทหารแห่งกองทัพบรูไนที่ผ่านการฝึกจากสหราชอาณาจักรและทรงเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ โดยจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ทางทหารต่อไป ควบคู่ไปกับการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ